เนื้อหาของ Bitcatcha เกิดจากการสนับสนุนของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร เรียนรู้เพิ่มเติม

 

tl;dr

NordVPN เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งและน่ากลัว ค่ายนี้มีทุกอย่างที่จำเป็นทั้งในด้านการรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวและความเร็ว แถมยังให้ราคาสมาชิกระยะยาวที่ถูกจนหาตัวจับยาก เรียกว่า ของมันต้องมี สำหรับใครก็ตามที่สนใจปกป้องความเป็นส่วนตัว! เรียนรู้เพิ่มเติม

 

รีวิว NordVPN: 9 ข้อดีและ 4 ข้อเสียในการใช้ NordVPN

 

Avatar
WRITTEN BY
UPDATED
October 20, 2021

 

NordVPN เป็นอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ใน ธุรกิจ VPN และตั้งอยู่ที่ประเทศปานามา ค่ายนี้เริ่มเปิดตัวในปี 2012 และถือว่ามาไกลมากในระยะเวลาอันสั้น ค่ายนี้กระจายเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5,000 แห่งใน 59 ประเทศเมื่อปี 2018

 

ล่าสุด: ดีลฤดูร้อน ลด 69%

รับแผน 2 ปีที่ลด 69% + ฟรี 3 เดือน รับข้อเสนอ

 

สารบัญ

 

ข้อดีของ NordVPN

  1. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุด
  2. Kill switch เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว
  3. เพิ่มการป้องกันด้วย VPN สองชั้น
  4. เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องบนแพลตฟอร์มหลายประเภท
  5. รวดเร็วและเสถียรตลอดเวลา
  6. เซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5,000 แห่งใน 59 ประเทศ
  7. NordVPN เสนอราคาที่ยอดเยี่ยม!
  8. สกุลเงินดิจิทัลและเงินสดใช้ชำระเงินได้
  9. การรองรับ Netflix ได้รับการอัปเดทตลอดเวลา

 

ข้อเสียของ NordVPN

  1. Torrenting ใช้ได้กับเฉพาะบางเซิร์ฟเวอร์
  2. ความเร็วที่แย่ในมาเลเซีย
  3. การเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นกับเซิร์ฟเวอร์ที่ช้า
  4. การกำหนดค่า OpenVPN ที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ใช้

 

ข้อสรุป

 

สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับ NordVPN

 

1. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุด

 

NordVPN มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศปานามาซึ่งแม้ว่าปกติแล้วจะไม่สำคัญสำหรับผู้ให้บริการส่วนใหญ่ แต่ก็มีความสำคัญสำหรับบริการ VPN ปานามาไม่มีกฎหมายการเก็บรักษาข้อมูลและรัฐบาลไม่ดำเนินการสอดแนมอินเทอร์เน็ต (เท่าที่เราทราบ) ซึ่งหมายความว่า ตามกฏหมายแล้ว NordVPN ไม่จำเป็นต้องบันทึกการใช้งานของผู้ใช้ซึ่งตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวของคุณอย่างเหมาะเจาะ!

 

 

นอกจากทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยมสำหรับความเป็นส่วนตัวแล้ว NordVPN ยังใช้มาตรฐานการเข้ารหัสชั้นเยี่ยม เช่นเดียวกับผู้ให้บริการ VPN ระดับคุณภาพ โดยใช้มาตรฐานการเข้ารหัสขั้นสูง 256 บิต (AES)

 

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณขึ้นไปอีกระดับ NordVPN ใช้ประโยชน์จากคีย์ PGP ในการติดต่อสื่อสารของลูกค้าและเพื่อปกป้องรายละเอียดบัญชีของคุณ คีย์ PGP สามารถนำมาใช้เข้ารหัสการสื่อสารระหว่างคุณกับ NordVPN โดยที่ไม่มีใครสามารถเจาะรหัสได้

 

Kill-switch หรือสวิตช์ปิดการใช้งานวีพีเอ็น : ค่ายนี้มี Kill-switch สองแบบ คือ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะปิดแอปใดแอปหนึ่งหรือยุติการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยสมบูรณ์ในกรณีที่สัญญาณเกิดขาดหายอย่างไม่คาดคิด
(ปิดการใช้งานวีพีเอ็นทั้งระบบ)

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

2. Kill switch เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

 

หากคุณสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ NordVPN ของคุณหยุดทำงาน Kill Switch คือคำตอบของคุณ หากเซิร์ฟเวอร์ NordVPN ขาดการเชื่อมต่อไปเฉย ๆ ฟีเจอร์นี้จะทำให้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของคุณหยุดลงทันที

 

Kill Switch ของ NordVPN มีสองเวอร์ชั่นซึ่งขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่คุณใช้งาน ถ้าเป็นเวอร์ชั่นที่ใช้กับ Windows หรือ Mac คุณจะสามารถเลือกได้ว่าจะหยุดการเชื่อมต่อวีพีเอ็นกับแอปพลิเคชั่นไหน ในขณะที่
เวอร์ชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จะหยุดทุกอย่างโดยที่คุณไม่มีสิทธิเลือก

 

ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

2.1. ไม่มีการรั่วไหลของ DNS

 

เมื่อทำการทดสอบ VPN นอกเหนือจากการติดตั้งและทดสอบความเร็วแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้อำพราง IP จริงของคุณ เพราะถึงที่สุดนี่ก็คือหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักในการใช้วีพีเอ็นใช่ไหมล่ะครับ การทดสอบมาตรฐานสามารถทำได้ที่ dnsleak.com หรือ dnsleaktest.com.

 

สิ่งที่คุณต้องทำคือ เปรียบเทียบ IP จริงของคุณกับ IP ที่แสดงบนเว็บไซต์ทั้งสองนี้ ตราบใดที่มันไม่ตรงกัน ก็แสดงว่า คุณอำพรางได้ไม่มีปัญหา

 

NordVPN DNS leak test*ผมอยู่ที่มาเลเซีย ดังนั้น NordVPN ของผมจึงใช้งานได้ดี!

 

เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หลักของ NORDVPN

* ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอย่างแท้จริง

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

3. เพิ่มการป้องกันด้วย VPN สองชั้น

 

ถึงตอนนี้คุณคงจะคุ้นเคยกับแนวคิดการทำงานขั้นพื้นฐานของ VPN แล้วนะครับ ฉะนั้น เรามาพูดคุยเกี่ยวกับ สิ่งที่พิเศษเพิ่มเติมไปกว่านั้นดีกว่า นั่นคือ NordVPN มาพร้อมกับการใช้ VPN สองชั้นซึ่งหมายถึงการเชื่อมต่อผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN สองตัวระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับปลายทางที่คุณเชื่อมต่อด้วย เพื่อให้คุณได้รับการปกป้องเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

 

Extra security with double VPN

 

หลักการทำงานง่าย ๆ คือ คอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ของคุณเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ VPN เครื่องแรก จากนั้นจึงเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ VPN เครื่องที่สองก่อนที่จะเชื่อมต่อไปยังปลายทางที่คุณต้องการ ด้วยวิธีนี้ IP ปลายทางของคุณต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงสองครั้งและข้อมูลของคุณจะได้รับการเข้ารหัสสองครั้งเช่นกัน อย่างที่ผมได้พูดไปทั้งหมดก็เพื่อเพิ่มการป้องกันเป็นสองเท่า!

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

4. เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องบนแพลตฟอร์มหลายประเภท

 

Best VPN for multiple devices

 

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เราสามารถคาดหวังได้เลยว่าจะใช้ VPN บนอุปกรณ์สองสามอย่างได้ในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยที่สุดก็ใช้พร้อมกันทั้งในคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องและอุปกรณ์มือถืออีกหนึ่งเครื่อง แต่ก็มีคนที่บ้าเล่นอุปกรณ์และมีทั้งคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป สมาร์ทโฟนสองเครื่อง แท็บเล็ตสองเครื่องและอะไรอีกเยอะแยะ

 

NordVPN พร้อมให้บริการที่ตอบโจทย์สำหรับทุกคนและรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันสูงสุดหกเครื่องต่อหนึ่งบัญชี นี่หมายความว่าคุณสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณแบบเป็นรายชิ้นและจะใช้กับเราเตอร์ด้วยก็ยังได้

 

ค่ายนี้รองรับแพลตฟอร์มได้หลากหลาย ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะมีอุปกรณ์แบบไหนก็น่าจะใช้ได้ ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวก็คือ เมื่อใช้กับเราเตอร์ก็จะมีความจุกจิกมากกว่า

 

คำเตือน

ไม่ใช่เราเตอร์ทุกตัวที่รองรับ VPN โปรดตรวจสอบว่าเราเตอร์ของคุณรองรับ NordVPN และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่ก่อนซื้อบริการ หรือลองเข้าไปดู เราเตอร์ไร้สายที่ดีที่สุดของเราสำหรับ VPN.

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

5. รวดเร็วและเสถียรตลอดเวลา

 

ผมได้ลองทดสอบความเร็วกับเซิร์ฟเวอร์ 5 แห่งซึ่งตั้งอยู่ในที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ความเร็วโดยรวมถือว่าน่าประทับใจมากแม้ผมจะสังเกตเห็นว่าระยะเวลาของสัญญาณปิงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเซิร์ฟเวอร์นั้น ๆ อยู่ห่างจากตำแหน่งทางกายภาพของผมมากขึ้น ผมทดสอบการเชื่อมต่อโดยมีเพดานความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 500 Mbps ซึ่งความเร็วมักจะมากกว่า 450 Mbps อย่างสม่ำเสมอ

 

ผลการทดสอบพื้นฐานบนเซิร์ฟเวอร์มาเลเซีย
(ดูผลลัพธ์ความเร็วพื้นฐานฉบับเต็มที่นี่)

 

แน่นอน ประสิทธิภาพการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ในทำเลที่ตั้งต่าง ๆ แตกต่างกันมากเนื่องจากระยะทางก็เป็นปัจจัยหนึ่งด้วย และถ้ายิ่งเป็นการทดสอบบริการ VPN ตัวแปรที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก เช่น ปริมาณความโหลดของเซิร์ฟเวอร์ คุณภาพของเซิร์ฟเวอร์ในประเทศนั้น ๆ รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN – อเมริกาเหนือ

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN อเมริกาเหนือ – VPN ปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN อเมริกาเหนือ – VPN เปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN – ยุโรป (เยอรมนี)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN ยุโรป – VPN ปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN ยุโรป – VPN เปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN – แอฟริกา (แอฟริกาใต้)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN แอฟริกาใต้ – VPN ปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN แอฟริกาใต้ – VPN เปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN – เอเชีย (สิงคโปร์)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN เอเชีย – VPN ปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN เอเชีย – VPN เปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN – ออสเตรเลีย

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN ออสเตรเลีย – VPN ปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

การทดสอบความเร็ว NordVPN ออสเตรเลีย – VPN เปิด
(ดูผลการทดสอบความเร็วฉบับเต็มได้ที่นี่)

 

NordVPN ทำงานได้เหนือความคาดหวังของเราในแง่ของประสิทธิภาพความเร็ว ในห้าภูมิภาคหลักที่ผมได้ทดสอบพบว่า โดยทั่วไปความเร็วจะสูงและมีความหน่วงเพิ่มเติ่มเล็กน้อยหรือไม่มีเลยในขณะที่ใช้ NordVPN

 

การสตรีมมิ่งบน YouTube สำหรับ 2k และ 4k HD นั้นทำได้สบายเช่นกัน ทั้งราบรื่นและไม่วุ่นวาย ผมสามารถสตรีมมิ่งวิดีโอ 4k ได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ เลย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ามีบางพื้นที่ซึ่งความเร็วอาจจะต่ำ

 

ตัวอย่างเช่น ผมได้ทดสอบการใช้งานในพื้นที่ที่ผมอยู่และความเร็วเซิร์ฟเวอร์ที่นี่ค่อนข้างช้า หากสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณแค่ล่ะก็ ขอให้เปลี่ยนการเชื่อมต่อไปที่อื่นในบริเวณใกล้เคียงซึ่งเป็นจุดที่รู้กันดีว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

6. เซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5,000 แห่งใน 59 ประเทศ

 

NordVPN servers

Windows App ของ NordVPN ใช้ประโยชน์จากภาพแผนที่โลกเพื่อให้คุณเลือกตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ของคุณได้ตามใจชอบ

 

ด้วยเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5,000 แห่งใน 59 ประเทศ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า NordVPN เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPN รายใหญ่ในปัจจุบัน และไม่ว่าจะเครือข่ายของค่ายไหนก็ตามที่มีขนาดใหญ่เท่านี้ ย่อมต้องมีบ้างที่บางพื้นที่จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น

 

อย่างไรก็ตามอย่างที่คุณเห็นในการทดสอบความเร็วก่อนหน้านี้ พื้นที่หลักส่วนใหญ่ในสถานที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ระดับโลกนั้นมีความเร็วใช้ได้ หากคุณบังเอิญเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น ผมมั่นใจว่ามีทางเลือกที่ดีกว่าในบริเวณใกล้เคียงอย่างแน่นอน แค่ดูว่าอันไหนดีที่สุดสำหรับคุณ

 

เซิร์ฟเวอร์เกือบครึ่งหนึ่งของ NordVPN ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในยุโรปซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกัน ด้วยจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่มากมายมหาศาลขนาดนี้ ผู้ใช้บริการในเอเชียสบายใจได้เลยกับการใช้บริการต่าง ๆ รวมถึงบริการเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดให้เฉพาะคนในภูมิภาคนั้น ๆ และไม่อนุญาตให้คนนอกภูมิภาคเข้าถึงได้ รับรองว่าคุณจะทะลุทะลวงเข้าถึงเนื้อหาเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

 

ดูตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดได้ที่นี่

* ครอบคลุมพื้นที่ของคุณหรือไม่ เชิญตรวจสอบได้ทันที

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

7. NordVPN เสนอราคาที่ยอดเยี่ยม!

 

รายเดือน
รายปี
รายสองปี

ราคา/เดือน
370 บาท
216 บาท
155 บาท

ราคารวม
370 บาท
2,600 บาท
2,968 บาท

รอบการเรียกเก็บเงิน
1 เดือน
12 เดือน
24 เดือน

การรับประกันคืนเงิน
30 วัน
30 วัน
30 วัน


 

ผมเพิ่งกวาดตาดู ExpressVPN ซึ่งเสนอราคาที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 206 บาท ซึ่งผมต้องตกตะลึงกับแพ็กเกจของ NordVPN ที่ถูกอย่างบ้าคลั่ง (แพ็กเกจ 3 ปีแบบที่ราคาถูกเว่อไม่มีแล้ว:[) นั่นคือ 155 บาทต่อเดือนสำหรับสัญญาแพ็กเกจ 2 ปี ขณะที่แพ็กเกจหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปีมีราคาพอ ๆ กันทั้งสองค่ายสำหรับบริการในระดับเดียวกัน ฉะนั้น พูดได้เต็มปากเลยว่า แพ็กเกจ 2 ปีของ NordVPN นั้นคุ้มจนเหลือเชื่อ

 

ลองคิดแบบนี้ดูนะครับว่า ค่ายนี้รับประกันคืนเงินภายใน 30 วันและเสนอราคาที่ถูกแสนถูกสำหรับแพ็กเกจ
ระยะยาว ฉะนั้น จะหาที่ไหนดีกว่านี้อีกสำหรับผู้บริโภค เมื่อดูที่แพ็กเกจหนึ่งปีของค่ายนี้ ราคารวมอยู่ที่ 2,600 บาท หากคุณสามารถเพิ่มเงินอีกแค่ 372 บาทและได้แพ็กเกจยาวสองปี ทำไมจะไม่จ่ายเพิ่มอีกนิดล่ะครับ

 

น่าเสียดายที่ NordVPN คิดภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย (VAT) แต่ก็เพิ่มอีกแค่นิดหน่อยเท่านั้นครับ ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับประเทศที่คุณอยู่ ฉะนั้น บางคนอาจจะไม่ต้องถูกเรียกเก็บ VAT เลย แต่บางคนอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากถึง 20% (เท่าที่ผมเห็นมานะครับ)

 

NordVPN VAT

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

8. สกุลเงินดิจิทัลและเงินสดใช้ชำระเงินได้

 

สำหรับบริการ VPN แล้ว ผมไม่สนใจเท่าไหร่ว่าผู้ให้บริการจะยอมรับการชำระเงินด้วยเช็ค บัตรเครดิตหรือดราฟท์ธนาคาร แต่สิ่งที่ผมประทับใจสุด ๆ กับ NordVPN คือ การรับชำระด้วยเงินสดในบางพื้นที่นอกเหนือจากการรับสกุลเงินดิจิทัล หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา คุณสามารถชำระเป็นเงินสดได้ที่ Fry’s Electronics หรือ Micro Center

 

สำหรับสกุลเงินดิจิทัล บริษัทยอมรับสามสกุลเงิน ได้แก่ Bitcoin, Ethereum และ Ripple

 

วิธีการชำระเงินทั้งสองแบบนี้มีความสำคัญทีเดียวเพราะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไประบุตัวตนของผู้ชำระได้ ถึงที่สุดแล้วความเป็นส่วนตัวของคุณคือเหตุผลว่าทำไมคุณจึงมองหาผู้ให้บริการ VPN ใช่ไหมล่ะครับ

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

9. การรองรับ Netflix ได้รับการอัปเดทตลอดเวลา

 

สิ่งที่เกี่ยวกับ Netflix คือดูเหมือนว่า บริษัทนี้จะเกลียดผู้ที่ใช้ VPN ซึ่งพยายามทะลุทะลวงเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดไว้ให้เฉพาะคนในภูมิภาคนั้น ๆ บริษัทพยายามบล็อกผู้ใช้ VPN และ NordVPN ตระหนักถึงสิ่งนี้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหา Netflix

 

อันที่จริง ค่ายนี้เปิดพื้นที่หนึ่งหน้าเต็มให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดไว้ให้เฉพาะคนในภูมิภาค คำแนะนำจะเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว ฉะนั้น ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงเนื้อหาของ Netflix ระหว่างที่ใช้งาน NordVPN โปรดอย่าลืมตรวจสอบหน้านั้นนะครับ !

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลดล็อก NETFLIX

* ปลดล็อกเนื้อหาทั้งหมดและเข้าถึงมันได้ในขณะที่เดินทาง

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

สิ่งที่เราไม่ชอบเกี่ยวกับ NordVPN

 

1. Torrenting ใช้ได้กับเฉพาะบางเซิร์ฟเวอร์

 

ในตอนแรก การทอร์เรนต์ด้วยบริการของ NordVPN ค่อนข้างเหมือนกับการเล่นไขปริศนา แต่ผมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์ทุกตัวของค่ายนี้จะสนับสนุนการแชร์ไฟล์แบบ P2P การตั้งค่าสำหรับการทอร์เรนต์อยู่ภายใต้คำสั่ง “เชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อเริ่มต้น” ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าให้มีการเลือกการเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติหรือเลือกให้เชื่อมต่อกับเฉพาะเซิร์ฟเวอร์บางประเภทตามที่ระบุเท่านั้น

 

NordVPN ได้แบ่งกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ออกเป็น Dedicated, DoubleVPN, Onion Over VPN หรือ P2P แม้ว่าจะไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้มากนัก แต่ผมรู้สึกว่าสิ่งนี้มอบความยืดหยุ่นในการควบคุมให้มากกว่า

 

Torrenting Only on Some Servers

หากคุณไม่ได้เลือกเซิร์ฟเวอร์ P2P โอกาสที่ทอร์เรนต์ของคุณจะดูไม่จืดแบบนี้

 

แม้ว่าผมจะดีใจที่ NordVPN รองรับการทอร์เรนต์ แต่ใครที่เป็นแฟนการทอร์เรนต์จะรู้สึกค่อนข้างผิดหวังที่การทอร์เรนต์ใช้ได้กับเฉพาะเซิร์ฟเวอร์บางตัว นอกจากนี้ ผมยังสังเกตเห็นว่าความเร็วของการทอร์เรนต์ไม่ดีเท่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ดูจากการทดสอบความเร็วที่ผมได้ทำไปนะครับ

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

2. ความเร็วที่แย่ในมาเลเซีย

 

ผมต้องเพิ่มเรื่องนี้เข้ามาเป็นข้อเสียด้วยเนื่องจากผมตกใจมากที่เซิร์ฟเวอร์ในมาเลเซียของ NordVPN ช้ามากระหว่างการทดสอบความเร็ว ผมขอย้ำนะครับว่า ผมได้ทดลองกับเซิร์ฟเวอร์ในมาเลเซียเป็นเวลาสามวันและทดสอบหลายครั้งต่อวัน ความเร็วของ NordVPN ที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในมาเลเซียแย่มาก ผมเจอกับความ เร็วที่น่าตกใจสุด ๆ คือ ระหว่าง 3 ถึง 11 Mpbs อยู่ตลอดซึ่งไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

3. การเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นกับเซิร์ฟเวอร์ที่ช้า

 

หากคุณใช้แอปพลิเคชั่นอย่างที่ NordVPN ใช้สำหรับ Windows สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องพึงระลึกไว้เสมอคือ มันต้องใช้เวลาสักพักในการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ ผมใช้นาฬิกาจับเวลาบน Windows (ผมใช้ Windows 10 บน SSD) และใช้เวลาเฉลี่ย 14-30 วินาทีในการเชื่อมต่อ นี่ไม่รวมเวลาที่เครื่องใช้ในการโหลด

 

ระยะเวลาเท่านี้อาจจะดูเหมือนไม่มากสำหรับบางคน แต่ถ้าคุณเป็นเหมือนผมและคุ้นเคยกับความเร็วในการ โหลดของ SSD คุณก็อาจจะเข้าใจ หรือลองคิดแบบนี้ดูนะครับ ถ้าคุณใช้ฮาร์ดไดรฟ์มาตรฐาน ระยะเวลา 14-30 วินาทีที่ว่านี้ก็คือเวลาที่คอมพิวเตอร์ของคุณจะใช้ในการบู๊ตเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้อยู่ตอนนี้

 

ผมคิดว่าข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวสำหรับที่ว่ามาทั้งหมดคือ ถ้าคุณใช้งาน NordVPN บนเราเตอร์ ซึ่งในกรณีนี้การเชื่อมต่อจะ ‘ติดอยู่เสมอ’

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

4. การกำหนดค่า OpenVPN ที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ใช้

 

หากคุณต้องการใช้ OpenVPN มากกว่า L2TP หรือโปรโตคอลอื่น ๆ คุณอาจจะตกใจเล็กน้อย ก่อนอื่นคุณจะต้องดาวน์โหลดไฟล์ ZIP ของเซิร์ฟเวอร์ของ NordVPN ซึ่งมีไฟล์กำหนดค่าสำหรับแต่ละเซิร์ฟเวอร์ แต่ละเซิร์ฟเวอร์มีสองการกำหนดค่าโดยค่าหนึ่งไว้สำหรับ TCP และอีกค่าหนึ่งไว้สำหรับ UDP

 

NordVPN configurations

 

นั่นหมายความว่า ภายในไฟล์ ZIP นั้นมีไฟล์การกำหนดค่ามากกว่า 8,000 ไฟล์ (อันที่จริง 9,341 ไฟล์ในการนับครั้งล่าสุด) โดยมีชื่ออย่างเช่น al1.nordvpn.com.tcp443 หรือ za12.nordvpn.com.tcp443 ส่วนแต่ละเซิร์ฟเวอร์ที่เข้าคู่กับไฟล์กำหนดค่าอยู่ ที่ไหน คุณต้องเสี่ยงลองผิดลองถูกค้นหาด้วยตัวเอง

 

พูดจริง ๆ นะครับ นี่เป็นวิธีการที่ตลกสิ้นดีวิธีหนึ่งที่ NordVPN อุตส่าห์คิดขึ้นมาได้ในการแจกจ่ายการกำหนดค่า OpenVPN และเป็นเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้ามากเหลือเกิน

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

ข้อสรุป: ผมจะจ่ายเงินสมัคร NordVPN หรือไม่

 

ผมขอพูดคำเดียวสั้น ๆ ว่า แน่นอน! โดยส่วนตัวแล้ว เมื่อมองหาผู้ให้บริการ VPN ผมก็น่าจะเหมือนกับทุกคนคือมองหาความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยและความเร็ว NordVPN ทำงานได้ดีในทุกด้านที่สำคัญเหล่านี้

 

ผมประทับใจกับความเร็วของเซิร์ฟเวอร์อย่างมากซึ่งจริง ๆ แล้วมันดีกว่าที่ผมคาดหวังไม่ว่าจะจากผู้ให้บริการ VPN ค่ายไหนก็แล้วแต่ จริงอยู่ที่มันมีข้อด้อยบางอย่าง เช่น ความเร็วของเซิร์ฟเวอร์มาเลเซียนั้นน่าผิดหวัง แต่นั่นเป็นเพียง 1 ประเทศจาก 62 ประเทศ

 

สิ่งที่ดียิ่งไปกว่านั้นคือแพ็กเกจ 3 ปีของ NordVPN ในราคา 108 บาทต่อเดือนซึ่งเท่าที่ผมดูมาราคานี้แทบจะไม่มีใครเหนือกว่าในแง่ของความคุ้มค่า แม้ว่าบางค่ายอาจจะเสนอราคาที่ต่ำกว่า แต่ผมมีความรู้สึกว่าบริการไม่น่าจะระดับเดียวกับที่ NordVPN มอบให้

 

แล้วผมจะควักกระเป๋าจ่ายเพื่อบริการนี้หรือไม่? คำตอบคือแน่นอนครับ

 

ฟีเจอร์หลัก

  • ✓ ไม่บันทึกการใช้งาน
  • ✓ DNS ซ้อน DNS
  • ✓ ใช้กับอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 6 เครื่อง
  • ✓ PGP สำหรับการสื่อสาร ความเป็นส่วนตัว
  • ✓ รองรับหลายโปรโตคอล

แนะนำสำหรับ

  • • ความปลอดภัยระดับสูง
  • • มี UI ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
  • • มีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาล
  • • พร้อมใช้งานสำหรับแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมด


 

สมัคร NORDVPN ที่ลด 70% (108 บาท*/เดือน)

* ราคานี้สำหรับการสมัครสมาชิก 3 ปี
** เซิร์ฟเวอร์ 5,100 แห่งทั่วโลก ไม่มีนโยบายบันทึกการใช้งาน เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ถึง 6 เครื่องพร้อมกัน

 

(กลับไปที่ด้านบน)

NordVPN

ความเร็ว

ดีมาก

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ฟีเจอร์เด่น

ไม่มีการบันทึก Kill Switch 6 อุปกรณ์

ดูรายการฟีเจอร์ทั้งหมด

ราคาเริ่มต้นที่

155 บาท*

รายเดือน

เข้าสู่เว็บไซต์ VPN

  • • เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
  • • VPN คู่

การเปิดเผยโฆษณา