เนื้อหาของ Bitcatcha เกิดจากการสนับสนุนของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร เรียนรู้เพิ่มเติม

 

tl;dr

GoDaddy เป็นผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งที่ดี การที่มีคนจำนวนมากในตลาดเว็บโฮสติ้งนิยมใช้ย่อมหมายความว่าค่ายนี้มีความน่าเชื่อถือมาก ทีมสนับสนุนของค่ายนี้เป็นทีมหนึ่งที่เก่งที่สุดและรวดเร็วที่สุดที่เรารู้สึกดีที่ได้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ค่ายนี้ดูเหมือนจะไม่ให้อะไรมากเท่ากับคู่แข่ง เรียนรู้เพิ่มเติม

 

รีวิว GoDaddy – 7 ข้อดีและ 3 ข้อเสีย (ประสบการณ์การใช้งาน ความเร็วและการช่วยเหลือดูแลที่ยอดเยี่ยม!)

 

Avatar
WRITTEN BY
UPDATED
October 20, 2021

 

พูดตามตรง เราไม่ได้ต้องการหรือจำเป็นต้องเขียนรีวิวเว็บโฮสติ้งนี้

 

ผมหมายความว่า ทุกคนที่ไม่ใช่มนุษย์ยุคไดโนเสาร์จะต้องเคยได้ยินหรือมีประสบการณ์กับแบรนด์ GoDaddy มาบ้าง ลองไปถามคนที่ซื่อบื้อที่สุดและไม่รู้เรื่องที่สุดที่คุณรู้จักเกี่ยวกับ GoDaddy ดูสิครับ

 

อย่างน้อยชื่อนี้ก็คงฟังดูคุ้นหูสำหรับพวกเขาบ้างละครับ

 

 

เมื่อเทียบกับ GoDaddy แล้ว เราเป็นแค่มดตัวเล็ก ๆ ซึ่งความคิดเห็นอาจจะไม่มีความหมายอะไรเลย – อาจจะไม่ถูกใจบ้าง แต่ก็หายไปกับสายลมได้ในเวลาอันรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือเรารู้สึกว่าเรามีหน้าที่ต่อผู้อ่านของเรา ภารกิจสูงสุดของเราคือการเสริมสร้างศักยภาพให้กับธุรกิจขนาดเล็ก และเราค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กต้องการทราบว่าบริการเว็บโฮสติ้งของ GoDaddy มีประสิทธิภาพอย่างไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 

เราเชื่อว่า คำตอบที่ดีที่สุดมาจากการลงมือทำ เราจึงได้เปิดบัญชีกับ GoDaddy และสร้างเว็บไซต์ทดสอบขึ้นมาเพื่อให้เราทำการทดลองและได้สัมผัสกับตัวเองว่าการทำงานเป็นอย่างไร

 

สิ่งที่เราค้นพบ อาจจะทำให้คุณตกใจ

 

แต่ก่อนที่เราจะไปถึงสาระสำคัญของรีวิวนี้ เราไปย้อนดูประวัติเล็ก ๆ น้อย ๆ กันสักหน่อยว่าค่ายนี้กลายมาเป็นเว็บโฮสติ้งยักษ์ใหญ่อย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร

 

เจ้าพ่อแห่งเว็บโฮสติ้ง

 

จริง ๆ แล้ว เราเกลียดชื่อ GoDaddy ครับ มันฟังดูแปลก ๆ และมันมีคำว่า… daddy ที่แปลว่า พ่อ อยู่ด้วย

 

 

แต่บางทีค่ายนี้อาจจะตั้งชื่อได้เหมาะสมแล้วเพราะเป็นเว็บโฮสติ้งรายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการจนถือได้ว่าเป็นระดับตัวพ่อของวงการ

 

GoDaddy ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 โดย Bob Parsons เศรษฐีที่ร่ำรวยมากและได้รับการตั้งชื่อว่า Jomax Technologies ในครั้งแรก

 

พอถึงปี 1999 ทางบริษัทคิดว่าได้เวลาปรับโฉมแบรนด์ของบริษัทและตัดสินใจเลือกชื่อที่ฟังดูแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นั่นคือ พวกเขาต้องการเรียกตัวเองว่า BigDaddy แต่โชคดีที่โดเมนสำหรับชื่อที่น่าตลกนั้นถูกคนใช้ไปแล้วฉะนั้น ทางบริษัทจึงเลือกชื่อที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุดชื่อต่อไป นั่นคือ GoDaddy

 

การตั้งชื่อให้ตัวเองแบบนั้นกลับกลายเป็นเรื่องดีเพราะบริษัทได้รับความนิยมอย่างมากและปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 20 ล้านคน (ณ เดือนมิถุนายน 2020)

 

บริษัทใหญ่ขนาดนี้ย่อมจะต้องใช้กำลังคนในการดำเนินงานอย่างแน่นอน ปัจจุบัน GoDaddy จ้างงานคนกว่า 7,000 คนทั่วโลกซึ่งช่วยให้คนเหล่านี้มีรายได้ที่มั่นคง และ 2,900 คนในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนที่ทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง

 

ในปี 2013 GoDaddy กลายเป็นผู้รับจดทะเบียนโดเมนที่ได้รับการรับรองจากI-CANN รายใหญ่ที่สุดในโลก ทางบริษัทยังซื้อบริการจดทะเบียนชื่อโดเมนของ Neustar และจะเปลี่ยนธุรกิจการจดทะเบียนโดเมนเป็นชื่อ GoDaddy Registry

 

GoDaddy ไปได้สวยมากในแง่ของธุรกิจเว็บโฮสติ้ง โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดด้วยการโฮสต์โดเมนมากถึง 62 ล้านโดเมนและกลายเป็นเว็บโฮสติ้งยักษ์ใหญ่ที่ใคร ๆ อยากเอาชนะ

 

ประเด็นสำคัญคือ ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าบริการเว็บโฮสติ้งของ GoDaddy นั้นประสบความสำเร็จมากขนาดนี้เพราะคุณภาพดีกว่าคู่แข่งจริง ๆ หรือว่าแค่โชคดีเพราะบังเอิญ…เป็นที่นิยม

 

เราลองสมัครและลองใช้ฟีเจอร์ทุกอย่างในรายการสิทธิประโยชน์เพื่อให้เราสามารถบอกเล่าประสบการณ์ของเราได้อย่างละเอียด

 

เอาละครับ ตอนนี้เรามาเจาะลึกกันเลย

 

7 ข้อดีในการโฮสต์กับ GoDaddy

 

1. ติดตั้งง่าย – ออนไลน์ได้ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมง

 

สิ่งหนึ่งที่ GoDaddy ทำถูกต้องที่สุดคือการที่เข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร ซึ่งก็คือการสร้างเว็บไซต์ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แทนที่จะไปนั่งขลุกอยู่ที่หน้าแดชบอร์ดโดยไม่รู้หรือเข้าใจว่าจะต้องทำอะไรต่อไป

 

อินเทอร์เฟซของ GoDaddy – ทุกอย่างใช้งานง่ายและเข้าถึงได้ง่ายผ่านแดชบอร์ด

 

เห็นได้ชัดว่า GoDaddy จ้างทีมฝีมือดีมาเพื่อสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้ทุกคนซึ่งสามารถสร้างเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือมากนัก

 

ค่ายนี้ตั้งใจทำให้ทุกอย่างง่ายเพื่อให้ผู้ใช้ทำทุกอย่างได้อย่างสบายตั้งแต่การสมัครไปจนถึงการตั้งค่าเว็บไซต์โดยแนะนำผู้ใช้ทีละขั้นทีละตอนเพื่อไม่ให้ใครรู้สึกสับสนหรือไม่รู้ว่าต้องทำอะไร

 

เมื่อคุณเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัครแล้ว GoDaddy จะพาคุณไปสร้างชื่อโดเมนทันที

 

 

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนเหล่านี้ ระบบจะขอให้คุณเลือกศูนย์ข้อมูล อย่าลืมเลือกศูนย์ที่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายของคุณมากที่สุด!

 

 

เมื่อเลือกศูนย์ข้อมูลของคุณแล้ว GoDaddy จะถามว่าคุณต้องการติดตั้ง WordPress หรือไม่ แน่นอนเราชอบความง่ายในการใช้ WordPress เราจึงทำตามคำแนะนำทั้งหลายแต่โดยดี

 

 

เมื่อคุณกรอกรายละเอียดที่จำเป็นทั้งหมดเสร็จแล้ว ระบบจะแจ้งให้คุณทราบว่าการเริ่มต้นใช้งานเสร็จสมบูรณ์และติดตั้ง WordPress เรียบร้อยแล้ว คุณจะเห็นปุ่มขนาดใหญ่เพื่อเข้าถึงแดชบอร์ดซึ่งคุณจะสามารถเข้าถึงการควบคุมที่จำเป็นทั้งหมดได้

 

 

เข้าไปที่ WordPress จากแดชบอร์ดของคุณและคุณก็จะสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณได้ตามใจชอบ

 

เรียกว่าแค่นี้จริง ๆ นะครับ ไม่ต้องเสียเวลาหลงทางและสับสนไปกับการหาวิธีติดตั้ง WordPress ค่ายนี้ทำให้การติดตั้งในคลิกเดียวง่ายยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการเสนอฟังก์ชั่นนี้ให้เป็นตัวเลือกในกระบวนการเริ่มต้นใช้งานด้วย

 

ผมต้องบอกว่ามันเป็นอะไรที่อัจฉริยะเลยทีเดียว

 

พูดสั้น ๆ คือ GoDaddy ทำให้ทุกอย่างง่ายเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานเว็บไซต์ได้โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ค่ายนี้ปิดประตูความสับสนในการตั้งค่าเนื่องจากทุกอย่างออกแบบมาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานอย่างง่ายดายชนิดไม่ต้องคิดเลย

 

บริษัทอ้างว่า คุณสามารถ “ออนไลน์ได้ภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง” และจากประสบการณ์ของเรา ค่ายนี้ทำได้จริง !

 

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

2. GoDaddy เร็วมาก

 

นี่จะไม่ใช่รีวิวของ Bitcatcha แน่นอนหากไม่มีการทดสอบระยะเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์อย่างที่ทำทุกครั้ง ดังนั้น เราจึงเอาเว็บไซต์ทดสอบ GoDaddy ของเราเข้าเครื่องมือตรวจสอบความเร็วของเซิร์ฟเวอร์และเราก็ประทับใจจริง ๆ

 

















US (W) US (E) ลอนดอน สิงคโปร์ เซา เปาลู
167 ms 218 ms 197 ms 10 ms 337 ms
















บังกาลอร์ ซิดนีย์ ญี่ปุ่น แคนาดา เยอรมันนี
111 ms 182 ms 7 ms 245 ms 173 ms

ความเร็วเฉลี่ยศูนย์ข้อมูลสิงคโปร์: 171.1 ms
(ดูผลลัพธ์ฉบับเต็มเข้าสู่เว็บไซต์ทดสอบ)

 

GoDaddy อยู่ในระดับที่น่าประทับใจที่ 171.1 มิลลิวินาทีในการทดสอบค่าเฉลี่ยทั่วโลกของเรา ซึ่งส่งผลให้ค่ายนี้จัดอยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งระดับ A+ ซึ่งถือว่าเร็วแรงอย่างแท้จริง!

 

เนื่องจากศูนย์ข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบตั้งอยู่ในสิงคโปร์ ผลการทดสอบจึงออกมาดีสำหรับประเทศที่อยู่ใกล้เคียงมาก ๆ แม้กระทั่งความเร็วในบังกาลอร์ก็ยังแค่ 111 มิลลิวินาที

 

ส่วนพื้นที่ซึ่งไกลออกไปอย่างสหรัฐอเมริกา ฝั่งตะวันตกได้รับสัญญาณปิงด้วยเวลา 167 มิลลิวินาทีซึ่งถือว่าค่อนข้างดี ขณะที่ฝั่งตะวันออกช้ากว่าเล็กน้อยที่ 218 มิลลิวินาที

 

เมื่อพูดถึงความช้าในการตอบสนอง เซา เปาลูช้ามากที่ 337 มิลลิวินาที แต่ก็เป็นเรื่องที่พอจะรู้อยู่เนื่องจากศูนย์ข้อมูลที่เราเลือกไม่ได้อยู่ใกล้

 

เมื่อพูดถึงศูนย์ข้อมูลละก็…

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

3. ศูนย์ข้อมูลใน 3 ภูมิภาคหลัก

 

GoDaddy มีศูนย์ข้อมูล 3 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ ยุโรป อเมริกาและเอเชีย

 

ค่ายนี้ยังมีแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลในอินเดียเพื่อรองรับตลาดนีัโดยเฉพาะ รวมถึงครอบคลุมผู้ใช้ทั่วโลกได้อย่างทั่วถึง

 

หากคุณย้อนขึ้นไปดูผลการทดสอบความเร็วในข้อดีข้อที่ 2 คุณจะสังเกตเห็นว่าเวลาตอบสนองของเซา เปาลูและแคนาดานั้นค่อนข้าง…ช้ามาก

 

หากนั่นส่งผลให้คุณไม่สบายใจ เราขอคลายความกังวลของคุณด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า เว็บไซต์ทดสอบของเราโฮสต์กับศูนย์ข้อมูลในเอเชียของ GoDaddy ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่เหล่านั้นมาก ฉะนั้น ระยะเวลาตอบสนองจึงช้าลง

 

หากกลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในสถานที่เหล่านั้น สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่เลือกศูนย์ข้อมูลที่อยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น อย่างเช่น ศูนย์ข้อมูลในอเมริกาเหนือ ยิ่งเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายมากเท่าไหร่ เว็บไซต์ของคุณก็จะโหลดเร็วขึ้นเท่านั้น

 

ขอให้จำไว้ว่าคุณไม่สามารถได้ดั่งใจทุกอย่าง คุณไม่สามารถทำให้ทุกคนจากทุกที่พอใจได้เนื่องจากเวลาตอบสนองมักจะค่อนข้างช้าสำหรับผู้ที่อยู่ห่างออกไป

 

สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้คือตัดสินใจว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่ใดและเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้เคียง

 

หากมันสายเกินไปและคุณเลือกศูนย์ข้อมูลที่ไม่เหมาะไปเสียแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลนะครับ GoDaddy ให้คุณย้ายศูนย์ข้อมูลฟรีได้ 1 ครั้ง

 

 

สิ่งนี้หมายความว่า คุณจะสามารถย้ายเว็บไซต์ของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่คุณเลือกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว!

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

4. การสนับสนุนอย่างดีตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหัวเสียได้เลยเมื่อพูดถึงบริการเว็บโฮสติ้งก็คือ เมื่อทีมช่วยเหลือดูแลลูกค้าประกอบด้วยคนที่ไม่มีความกระตือรือร้น

 

เราหมายถึงว่า เราเกลียดมากถ้าต้องรอนานกว่า 15 นาทีกว่าจะได้เชื่อมต่อกับตัวแทนแชทสด

 

นี่คือดู A2 Hosting

 

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วเราจะติดต่อขอความช่วยเหลือก็ต่อเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไขทันที

 

มันเป็นเรื่องน่าอึดอัดที่ต้องรอนานมาก ๆ กว่าจะได้เชื่อมต่อกับตัวแทนแชทสด และมันจะยิ่งแย่ขึ้นไปอีกเมื่อตัวแทนคนนั้นใช้เวลานานในการตอบข้อกังวลของคุณ

 

GoDaddy มีทีมสนับสนุนที่ได้รับรางวัลและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี พูดจริง ๆ นะครับ ทีมสนับสนุนของค่ายนี้ทำงานได้ตามที่คาดหวัง

 

 

เวลาที่เรารอแชทสดไม่เคยนานเกิน 2 นาทีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนที่เราสื่อสารด้วยมีความอดทน มีความรู้และมีทักษะในการแก้ปัญหา

 

ส่วนที่เจ๋งที่สุดคือค่ายนี้ให้การสนับสนุนใน 15 ภาษาซึ่งครอบคลุมภาษาที่พูดกันมากที่สุดในโลกเพื่อลดความยุ่งยากในการสื่อสารและลดความอึดอัดใจอันเนื่องมาจากความเข้าใจผิดทางภาษา

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

5. GoDaddy พร้อมใช้งาน PHP 7.4 แล้ว

 

หากจนถึงตอนนี้ คุณยังไม่รู้ ผมขอบอกว่าเราหลงใหลความเร็วในการโหลดเว็บไซต์มากเหลือเกิน ซึ่งเรามีเหตุผลที่ดีมากในเรื่องนี้

 

ตามที่ thinkwithgoogle ระบุไว้ ผู้ซื้อจะเด้งออกจากเว็บไซต์ของคุณหากพวกเขาต้องรอนานเกิน 3 วินาทีกว่าเว็บไซต์จะโหลด

 

 

นั่นคือการสูญเสียโอกาสในการขายอย่างมากซึ่งมันจะยิ่งดูแย่มากขึ้นไปอีกเพราะมันเป็นผลมาจากสิ่งที่เราควบคุมได้

 

เราดีใจที่เห็นว่า GoDaddy พร้อมสำหรับ PHP 7.4 แล้วเพราะมัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการโหลดเว็บไซต์!

 

ความทุ่มเทของ GoDaddy ในเรื่อง PHP ค่อนข้างทำให้อุ่นใจได้เพราะนั่นหมายความว่าค่ายนี้กำลังเตรียมเซิร์ฟเวอร์ให้พร้อมสำหรับ PHP เวอร์ชั่นใหม่ การอัปเดตที่สำคัญครั้งต่อไปคือ PHP 8 และมีข่าวลือว่าจะเพิ่มความเร็วได้อย่างมหาศาล

 

คุณสามารถพนันได้เลยว่า GoDaddy ของคุณจะมีเซิร์ฟเวอร์พร้อมสำหรับการอัปเดตในเวลาไม่นาน!

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

6. Uptime ไม่ต่ำกว่า 99.9%

 

ใน ข้อดีข้อที่ 5 เราได้บอกไปแล้วว่าผู้ซื้อจะไม่สนใจและจะออกจากเว็บไซต์ของคุณหากพวกเขาต้องรอนานเกิน 3 วินาทีซึ่งจะทำให้คุณเสียโอกาสในแง่ของการขาย

 

นั่นว่าแย่แล้ว แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่ากับการที่เว็บไซต์ของคุณล่มบ่อย ๆ เนื่องจากการที่เซิร์ฟเวอร์หยุดทำงาน คนจะไม่เชื่อถือเว็บไซต์ของคุณ คุณจะดูไม่เป็นมืออาชีพและคุณจะสูญเสียยอดขายทั้งหมดที่คุณจะได้รับหากเว็บไซต์ของคุณไม่ล่ม

 

สิ่งที่แย่กว่านั้นคือเครื่องมือค้นหาอาจจะไม่แสดงเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บแรก ๆ เมื่อมีคนค้นหาซึ่งทำให้เกิดความเสียหายในระยะยาวมาก

 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงรู้สึกค่อนข้างดีใจที่ GoDaddy รับประกันช่วงเวลาให้บริการ 99.9%! โดยทั่วไปแล้ว ค่ายนี้จะสัญญาว่าเว็บไซต์ของคุณจะไม่ล่มเพราะสาเหตุจากเซิร์ฟเวอร์หยุดทำงาน (ไม่นับเวลาหยุดทำงานเพื่อการบำรุงรักษาตามที่วางแผนไว้ล่วงหน้า) มิฉะนั้นทางบริษัทจะชดเชยเงินให้คุณ

 

 

มาดู เงื่อนไขการรับประกันช่วงเวลาให้บริการของพวกเขา ดูเหมือนว่า GoDaddy มีหลักฐานเพื่อยืนยัน!

 

ช่วงเวลาให้บริการตั้งแต่สิงหาคม 2020

99.94%

* เครื่องนับเวลานี้อัปเดตตัวเองอย่างต่อเนื่อง

 

เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้ใช้เงินอย่างคุ้มค่าในเรื่องช่วงเวลาการให้บริการ เราได้ติดตามดูช่วงเวลาให้บริการของค่ายนี้บนเว็บไซต์ทดสอบของเราผ่าน UptimeRobot และจนถึงขณะนี้ช่วงเวลาให้บริการก็ยังสูงกว่า 99.9%

 

ไม่จำเป็นต้องบอกก็คงรู้นะครับว่าเราค่อนข้างพอใจกับเรื่องนี้ทีเดียว

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

7. ฟรีโดเมน, อีเมล Office 365, เว็บเมลและอื่นๆ

 

แน่นอนว่าเราชอบของฟรี แล้วใครจะไม่ชอบบ้างล่ะ?

 

แพ็กเกจเว็บโฮสติ้งแบบแชร์ของ GoDaddy มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษมากมายที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น

 

เรากำลังพูดถึงแอปพลิเคชั่นฟรีกว่า 125 แอปพร้อม Installatron ที่ช่วยให้การติดตั้งแอปทั้งหลายง่ายดายฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยฟรีอีกมากมาย (เรากำลังพูดถึงการป้องกันการฉ้อโกง ไวรัสและสแปม) อีเมล Office 365, เว็บเมลฟรี, การเข้าถึง SSH และแบนด์วิดท์แบบเหมาที่จัดสรรไว้สำหรับการใช้งานรายเดือนของคุณ

 

 

ของฟรีอย่างเดียวที่เราพบว่าสร้างความแตกต่างได้จริง ๆ คือโดเมนฟรีของ GoDaddy ซึ่งมีให้สำหรับลูกค้าเว็บโฮสติ้งแบบแชร์ทุกคน

 

ชื่อโดเมนอาจจะมีราคาได้ตั้งแต่ไม่กี่บาทไปจนถึงหลายแสนบาทต่อปี ดังนั้น การที่ GoDaddy จัดหาให้ฟรีช่วยให้เรารู้สึกไม่เป็นภาระกับทุกสิ่งที่เราต้องจ่าย

 

อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่า ชื่อโดเมนฟรีมีให้สำหรับปีแรกเท่านั้น คุณจะต้องจ่ายในราคาปกติตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป

 

สมัคร GODADDY ที่ราคาลด 33% (185 บาท/เดือน)

* ราคารวมโดเมนและอีเมล Office 365 ฟรี
** พร้อมการสนับสนุนทางโทรศัพท์และแชทสดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

3 ข้อเสียในการใช้ GoDaddy

 

ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียวสำหรับเซิร์ฟเวอร์ของ GoDaddy เพราะเราพบข้อเสียเด่น ๆ 3 ข้อที่เราไม่ค่อยพอใจนัก

 

1. ไม่มีซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วแรง

 

ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ทราบดีว่า ระยะเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์มีความสำคัญสูงสุด ดังนั้น บริษัทเหล่านี้จึงออกแบบโซลูชันซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มความเร็วในการโหลดเว็บไซต์

 

SuperCacher ของ SiteGround เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี

 

นอกเหนือจากใช้ได้กับ PHP 7.4 แล้ว GoDaddy ไม่มีซอฟต์แวร์หรือการตั้งค่าอะไรที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการ โหลดซึ่งทำให้เราผิดหวังไม่น้อย

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

2. ฟังก์ชั่นให้ใช้ฟรีมีไม่มากนัก

 

ใช่ เราพูดไว้ว่าของฟรีเป็นหนึ่งในข้อดี

 

เรื่องก็คือของฟรีเหล่านั้นใช้งานได้ไม่มาก

 

เราค่อนข้างแน่ใจเลยว่า GoDaddy ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการสามารถให้ SSL ฟรี จำนวนเว็บไซต์ที่มากกว่านี้รวมถึงการสำรองข้อมูลฟรีทุกวันเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของอาวุธเด็ดของทางค่าย

 

ผมหมายความว่าถ้า Hostinger สามารถทำได้ในราคาเพียง 31 บาทต่อเดือน GoDaddy ก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ทำ

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

3. ระบบการต่ออายุที่น่าประหลาดใจ

 

แพ็กเกจ Economy ของ GoDaddy มีค่าใช้จ่ายเพียง 185 บาทต่อเดือนสำหรับผู้สมัครใช้ครั้งแรกเมื่อสมัครใช้แบบ 12 เดือน

 

อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ต้องงงเป็นไก่ตาแตกกับกลยุทธ์ลดราคาในภายหลังเพราะไม่รู้ว่าราคาจะไม่อยู่แค่นี้ตลอดไป และอาจจะตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นใบเรียกเก็บเงินการต่ออายุ

 

โดยทั่วไปราคาสมัครใช้ครั้งแรกจะถูกกว่าราคาจริง 29% ดังนั้น คุณจะต้องจ่าย 279 บาทต่อเดือนเมื่อต่ออายุ

 

เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ หากคุณต้องการเพลิดเพลินกับราคาถูกพิเศษแบบนี้ไปนาน ๆ ก็สมัครใช้งานรวดเดียว 36 เดือนไปเลยครับ

 

คุณจะจ่ายถูกกว่าราคาจริง 33% ซึ่งเหลือเพียง 185 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 36 เดือน และเมื่อไหร่ที่หมดสัญญา คุณก็สามารถย้ายไปยังผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งรายอื่นได้ตลอดเวลา

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

ข้อเสียของ GoDaddy

 

1. โฮสติ้งแบบแชร์

 

Economy
Deluxe
Ultimate

จำนวนเว็บไซต์
1
ไม่จำกัด
ไม่จำกัด

ความจุ
100GB
SSD ไม่จำกัด
SSD ไม่จำกัด

แบนด์วิดท์
แบบเหมา
แบบเหมา
แบบเหมา

ฟรีโดเมน
มี
มี
มี

ฟรี SSL
ไม่มี
ไม่มี
มี

Premium DNS
ไม่มี
ไม่มี
มี

ประสิทธิภาพ
มาตรฐานทั่วไป
มาตรฐานทั่วไป
สูงกว่า 2 เท่า

ราคา/เดือน*
185 บาท
279 บาท
402 บาท


* ราคาที่แสดงอ้างอิงกับราคาสมัครสมาชิก 36 เดือน

 

แพ็กเกจอิโคโนมีเหมาะสำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือส่วนบุคคลมากที่สุด หากคุณคาดว่าจะมีการเข้าชมจำนวนมากหรือหากคุณดูแลจัดการหลายเว็บไซต์ คุณควรเลือกแพ็กเกจดีลักซ์

 

หากคุณกำลังวางแผนติดตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมและ/หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน แพ็กเกจอัลติเมทจะเหมาะกับความต้องการของคุณมากกว่า เนื่องจากมาพร้อมกับ DNS พรีเมี่ยม, SSL ฟรีและประสิทธิภาพเป็นสองเท่า!

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

2. โฮสติ้งธุรกิจ

 

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ขึ้น หรือเว็บไซต์ที่รองรับการเข้าชมสูงหรือเว็บไซต์ที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก คุณจะต้องมีตัวช่วยที่แข็งแกร่ง โชคดีที่ GoDaddy มีแพ็กเกจโฮสติ้งธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ

 

ผู้ใช้โฮสติ้งธุรกิจจะเป็นเจ้าของทรัพยากรทั้งหมดโดยไม่ต้องแบ่งกับใครเหมือนกับผู้ใช้โฮสติ้งแบบแชร์ ผู้ที่ใช้แพ็กเกจนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครใช้เซิร์ฟเวอร์มากเกินกว่าที่ตัวเองมีสิทธิใช้ หรือเครียดว่าเว็บไซต์ของตัวเองใช้ทรัพยากรมากเสียจนส่งผลให้เว็บของคนอื่นทำงานช้าลง

 

ราคาสำหรับแพ็กเกจโฮสติ้งธุรกิจเริ่มต้นจาก 620 ไปจนถึง 1,860 บาทต่อเดือน

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

3. โฮสติ้งแบบเช่าช่วง

 

ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเว็บโฮสติ้งของคุณเองหรือไม่?

 

คุณอาจจะต้องใช้เงินกู้ก้อนโตชนิดที่ไม่มีทางจ่ายได้หมดจนชั่วลูกชั่วหลานเพียงเพื่อนำเงินมาสร้างศูนย์ข้อมูล

 

เว้นแต่คุณจะทำสิ่งที่ชาญฉลาดโดยใช้แพ็กเกจบริการโฮสติ้งแบบเช่าช่วงของ GoDaddy

 

คุณจะได้เครื่องมือในการควบคุมราคา ตัวเลือกการชำระเงิน ระบบออกใบแจ้งหนี้และจัดการคิวสำหรับลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือ ในขณะที่ GoDaddy ดูแลเรื่องอื่น ๆ ให้คุณ

 

แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 1,240 – 2,790 บาทต่อเดือน

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

GoDaddy เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 

ตอนนี้เราทุกคนรู้แล้วว่า GoDaddy เป็นเจ้าแห่งวงการในแง่ของส่วนแบ่งตลาด แต่เรามาดูกันดีกว่าว่าฝีมือของค่ายนี้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เล็กกว่า

 

GoDaddy เทียบกับ SiteGround

 

จากการทดสอบระยะเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์ บอกได้เลยว่าเซิร์ฟเวอร์ของ SiteGround เอาชนะ GoDaddy ได้ถึง 11.2 มิลลิวินาที!

 

GoDaddy Economy
SiteGround GrowBig

สถานที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์
เอเชีย
เอเชีย

US (W)
167 ms
211 ms

US (E)
218 ms
215 ms

ลอนดอน
183 ms
180 ms

สิงคโปร์
197 ms
3 ms

เซา เปาลู
10 ms
351 ms

บังกาลอร์
337 ms
66 ms

ซิดนีย์
111 ms
95 ms

ญี่ปุ่น
182 ms
70 ms

แคนาดา
71 ms
240 ms

เยอรมันนี
245 ms
168 ms

ค่าเฉลี่ยทั่วโลก
171.1 ms
159.9 ms

ผลลัพธ์ฉบับเต็ม

 

มันอาจจะดูเหมือนไม่มากมายอะไรเลย แต่ในโลกที่ความเร็วเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการขายและโอกาสในการขาย ทุก ๆ มิลลิวินาทีล้วนมีความหมาย

 

เราเชื่อว่า เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากการติดตั้ง SuperCacher และ NGINX ของ SiteGround สิ่งเหล่านี้อาจจะดูเหมือนการเสริมประสิทธิภาพความเร็วเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สร้างความแตกต่างอย่างมากในแง่ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์

 

เมื่อพูดถึงศูนย์ข้อมูล ดูเหมือนว่าทั้งสองค่ายจะพอ ๆ กันเนื่องจากทั้งสองบริษัทมีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในเอเชีย ยุโรปและอเมริกา

 

อย่างไรก็ตาม GoDaddy มีศูนย์ข้อมูลเพียง 3 แห่งเทียบกับศูนย์ข้อมูล 6 แห่งของ SiteGround ใน 4 ทวีป เห็นได้ชัดว่า SiteGround มีข้อได้เปรียบในแง่การครอบคลุมที่กว้างไกลกว่า ฉะนั้น จึงดีกว่าสำหรับผู้ที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้ชมอยู่ทั่วโลก !

 

นอกจากนี้ SiteGround เพิ่งย้ายเซิร์ฟเวอร์ของตนไปอยู่บนแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ของ Google ซึ่งทำให้ได้เปรียบในด้านความเร็ว

 

SiteGround อาจจะมีราคาสูงกว่า GoDaddy เล็กน้อย แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกว่าคุ้มค่าสำหรับฟีเจอร์ที่เพิ่มความเร็วและศูนย์ข้อมูลที่ครอบคลุมกว้างไกลกว่า

 

ไปที่รีวิว SiteGround ฉบับสมบูรณ์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม!

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

GoDaddy เทียบกับ Hostinger

 

เมื่อพูดถึงประสิทธิภาพการทำงาน GoDaddy และ Hostinger สูสีกันในแง่ของความเร็วโดยที่ค่าเฉลี่ยความเร็วทั่วโลกของค่ายแรกอยู่ที่ 171.1 มิลลิวินาทีเทียบกับ 175.8 มิลลิวินาทีของค่ายหลัง

 

ทั้งสองค่ายถือว่าเร็วมากโดยจัดอยู่ในอันดับ A+ ตามเกณฑ์มาตรฐานความเร็วเซิร์ฟเวอร์ของเรา

 

ทั้งสองบริษัทมีทีมสนับสนุนที่เชื่อถือได้และตอบสนองได้ดีซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้หลายภาษา

 

ในแง่ของฟีเจอร์ Hostinger มีข้อดีบางประการที่ทำให้พวกเขาเป็นที่ต้องการมากกว่าเมื่อเทียบกับ GoDaddy

 

มาดูตารางเทียบกันเพื่อให้คุณเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่าเรากำลังพูดถึงอะไร

 

GoDaddy
Hostinger

แพ็กเกจ
Economy
Premium Shared

จำนวนเว็บไซต์
1
100

แบนด์วิดท์
แบบเหมา
ไม่จำกัด

ฟรีโดเมน
มี
มี

ฟรี SSL
ไม่มี
มี

การสำรองข้อมูลรายสัปดาห์
ไม่มี
มี

การเพิ่มความเร็ว
ไม่มี
LiteSpeed Cache

ราคา/เดือน*
185 บาท
90 บาท


* ราคาอ้างอิงอัตราต่ำสุดที่มีอยู่สำหรับแพ็กเกจที่ระบุจากแต่ละเว็บโฮสต์

 

หากคุณคิดว่าเรากำลังเปรียบเทียบแอปเปิ้ลกับส้มซึ่งเทียบกันไม่ได้เลยเพราะเราใช้แพ็กเกจอิโคโนมีของ GoDaddy มาเทียบกับแพ็กเกจพรีเมี่ยมแชร์ของ Hostinger คุณคิดถูกแล้วครับ มันเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ยุติธรรม

 

อย่างไรก็ตาม เรามีเหตุผลที่ดีที่จะทำเช่นนั้น ราคาสมัครใช้ครั้งแรกของ Hostinger อยู่ที่ 90 บาทต่อเดือนสำหรับแพ็กเกจพรี่เมียมแชร์เทียบกับแพ็กเกจอิโคโนมีที่มีราคา 185 บาทต่อเดือนของ GoDaddy

 

กล่าวโดยย่อคือแพ็กเกจพรีเมี่ยมแชร์ของ Hostinger นั้นถูกกว่าแพ็กเกจระดับเริ่มต้นของ GoDaddy มาก แน่นอนว่าเรื่องนี้จะต้องมีการเปรียบเทียบ

 

คุณไม่ต้องเป็นอัจฉริยะ ก็รู้ได้เลยว่าแพ็กเกจไหนคุ้มค่ากว่ากัน

 

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในรีวิว Hostinger แบบเจาะลึกของเรา!

 

(กลับไปที่ด้านบน)

 

บทสรุป: GoDaddy ดีแต่คุณมีตัวเลือกที่ดีกว่า

 

If you’re dead set on using GoDaddy as your web host of choice, it’s perfectly fine.

 

หากคุณยืนยันเลือกที่จะใช้ GoDaddy เป็นเว็บโฮสต์ของคุณ ก็เป็นเรื่องไม่แปลกอะไร

 

ค่ายนี้เป็นเว็บโฮสต์ที่ดีด้วยความเร็วแรง ฟีเจอร์ที่เหมาะสม ทีมสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม การรับประกันช่วงเวลาให้บริการและโดเมนฟรี

 

เมื่อพิจารณาความตั้งใจและวัตถุประสงค์ทั้งหมด บริการเว็บโฮสติ้งของค่ายนี้ทำงานได้ดีพอและเว็บไซต์ของคุณจะไม่มีปัญหา มีอยู่เรื่องเดียวก็คือดูเหมือนว่าค่ายนี้จะไม่สามารถให้บริการได้มากเท่ากับคู่แข่งในแง่ของความคุ้มค่าและฟีเจอร์

 

GoDaddyเอาชนะ SiteGround ในด้านราคา แต่ไม่มีซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วหรือการกำหนดค่าพิเศษใด ๆ

 

เมื่อเทียบกับ Hostinger แล้ว GoDaddy นั้นเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม Hostinger ดูเหมือนจะใจกว้างมากในแง่ของสิทธิประโยชน์และราคาช่วงแนะนำที่ยอดเยี่ยม

 

ถ้าจะพูดให้เห็นภาพชัดเจนและให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองคิดดูสิครับว่าทำไมคุณต้องจ่าย 185 บาทสำหรับชีสเบอร์เกอร์ขนาดปกติเมื่อคุณสามารถจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์หรือจ่ายน้อยกว่ามากเพื่อซื้อชุดสุดคุ้มซึ่งประกอบด้วยชีสเบอร์เกอร์พร้อมเฟรนช์ฟรายด์และเครื่องดื่ม

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดกันตรง ๆ ถึงข้อดีข้อเสีย GoDaddy ยังคงใช้ cPanel แม้ว่าราคาของ cPanel จะเพิ่มสูงขึ้นมาก ต่างจากบริษัทส่วนใหญ่ที่เลิกใช้แล้ว

 

หากคุณชื่นชอบ cPanel และไม่ต้องการเปลี่ยน GoDaddy อาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ หากคุณกำลังมองหาฟีเจอร์ที่คุ้มค่ากว่าหรือมากกว่า ก็ขอให้พิจารณาค่ายอื่น

 

ฟีเจอร์หลัก

  • ✓ ความเร็วที่ยอดเยี่ยม
  • ✓ ศูนย์ข้อมูลใน 3 ภูมิภาค
  • ✓ Uptime ไม่ต่ำกว่า 99.9%
  • ✓ โดเมนฟรี
  • ✓ การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
  • ✓ cPanel

แนะนำสำหรับ

  • • WordPress
  • • Joomla
  • • Prestashop
  • • เว็บไซต์ขนาดเล็ก – กลาง
  • • เว็บไซต์ธุรกิจ


 

สมัคร GODADDY ที่ราคาลด 33% (185 บาท/เดือน)

* ราคารวมโดเมนและอีเมล Office 365 ฟรี
** พร้อมการสนับสนุนทางโทรศัพท์และแชทสดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

 

(กลับไปที่ด้านบน)

GoDaddy

?

Uptime

99.94%

ประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์

A+

เวลาตอบสนอง

US (W) ลอนดอน ญี่ปุ่น
167 ms 197 ms 7 ms

ดูรายงานผลความเร็วฉบับเต็ม

ราคาเริ่มต้นที่

186 บาท*

รายเดือน

เข้าสู่เว็บไซต์โฮสต์

  • • รวมโดเมนฟรีและอีเมล
  • * ราคาเป็นไปตามแผน 36 เดือน

การเปิดเผยโฆษณา

 

โฮสต์แนะนำยอดนิยม


 


Hostinger

Uptime
โดยรวม
ประสิทธิภาพ
ราคา
99.93 %
A+
฿105
Hostinger

SiteGround

Uptime
โดยรวม
ประสิทธิภาพ
ราคา
99.99 %
A+
฿217
SiteGround

HostAtom

Uptime
โดยรวม
ประสิทธิภาพ
ราคา
99.99 %
B+
฿124
HostAtom