เนื้อหาของ Bitcatcha เกิดจากการสนับสนุนของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร เรียนรู้เพิ่มเติม

วิธีสร้างบล็อก – 5 ขั้นตอนการสร้างบล็อกง่าย ๆ ในปี 2021

Avatar
WRITTEN BY
UPDATED
October 20, 2021

 

คนอายุน้อยเจ๋ง ๆ ที่คุณรู้จักชื่อล้วนทำบล็อก เขียนบล็อก และสร้างรายได้จากมันค่อนข้างดีเลยทีเดียว ทำไมคุณไม่ลองทำดูบ้าง ลองทำบล็อกและนั่งรอเงินเข้าสบาย ๆ

 

จะว่าไป หากคุณเข้ามายังหน้านี้และกำลังอ่านบทความนี้อยู่ล่ะก็ คุณน่าจะยังไม่รู้วิธีการสร้างบล็อกสิน่ะ

 

เอาน่า คุณยังโชคดีอยู่ดีอยู่นะเพราะเราได้สละเวลาจากงานที่แสนยุ่งมานั่งเขียนแนวทางการทำบล็อก เพื่อที่คุณจะได้มีบล็อกเป็นของตัวเองและเปิดใช้งานบล็อกได้ในชั่วพริบตา !

 

เชื่อไหมว่า การสร้างบล็อกนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยและไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคอะไรมากมายด้วย เราจะเป็นพี่เลี้ยงให้คุณเองในเรื่องของเทคนิค คุณจะได้รู้สึกสบายใจและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

 

 

บล็อกคืออะไร

 

มาคุยกันเรื่องที่ว่า บล็อกคืออะไรกันแน่

 

จริง ๆ แล้ว บล็อกก็คือเว็บไซต์อย่างหนึ่งที่มุ่งเน้นไปทางด้านการเขียนเนื้อหา ซึ่งปกติจะเป็นการเขียนในสไตล์ที่ไม่เป็นทางการนัก

 

ในตอนแรก ๆ ที่การทำบล็อกเริ่มเป็นที่รู้จัก ผู้คนส่วนใหญ่จะใช้บล็อกกันเพื่อเขียนบันทึกประจำวันทางออนไลน์ ทั้งนี้ก็เป็นการแบ่งปันบันทึกของพวกเขาให้คนทั้งโลกได้อ่าน

 

ปัจจุบันนี้โลกของบล็อกได้พัฒนาก้าวไกลไปมากขึ้น โดยบล็อกจะเต็มไปด้วยหัวข้อย่อยต่าง ๆ มากมาย เช่น บล็อกเกอร์ด้านฟิตเนส บล็อกเกอร์ถ่ายภาพ บล็อกเกอร์คุณแม่… ไม่ว่าคุณจะนึกถึงเรื่องอะไรก็ดูเหมือนจะมีบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนั้นไปหมดเสียแล้ว

 

 

ทำไมผู้คนถึงเริ่มทำบล็อกกัน

 

ผู้คนมีแรงจูงใจหลายอย่างแตกต่างกันไปในการเริ่มทำบล็อกของตัวเอง

 

บางคนอยากฝึกทักษะการเขียนของตัวเอง บางคนรู้สึกเหมือนได้ระบายเมื่อพวกเขาได้แสดงความรู้สึกผ่านทางโลกออนไลน์ บางคนก็แค่หลงใหลในหัวข้อที่พวกเขาเลือกเพียงเท่านั้น

 

ผมคงพูดแทนพวกเขาทุกคนไม่ได้ แต่แรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในโลกแห่งการทำบล็อกอันแสนงดงามนี้ก็คือ การทำเงินจากบล็อกนั่นเอง

 

ด้วยความที่บล็อกเกอร์เขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัว บล็อกเกอร์กับผู้อ่านจึงเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันในลักษณะที่เป็นส่วนตัวไปด้วย ซึ่งการสื่อถึงกันแบบนี้นี่เองที่ทำให้แบรนด์ดัง ๆ ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินให้บล็อกเกอร์เขียนถึงผลิตภัณฑ์ของพวกเขา (แน่นอนว่าบล็อกเกอร์คนนั้น ๆ จะต้องมียอดผู้ติดตามมากพอสมควรทีเดียว)

 

ไม่ว่าคุณจะอยากลุกขึ้นมาสร้างบล็อกด้วยแรงจูงใจแบบไหนก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือว่า การทำบล็อกเป็นงานอดิเรกที่แสนวิเศษ และหากคุณทำได้ถูกทางล่ะก็ คุณจะหาเงินเลี้ยงตัวเองได้จากการทำบล็อกเลยทีเดียว

 

หมายเหตุ

ดูเหมือนหลายคนจะมีความเข้าใจผิดว่า จะต้องเป็นนักเขียนที่ดีจึงจะสามารถทำบล็อกได้ ขณะที่ทักษะการเขียนที่ดีช่วยให้บล็อกของคุณดูมีความเป็นมืออาชีพก็จริง แต่จุดขายจริง ๆ อยู่ที่เนื้อหาต่างหาก คุณสามารถกลับมาปรับปรุงบล็อกโพสต์ได้ตลอดเวลา หากคุณต้องการพัฒนาฝีมือการเขียนของคุณ ลองดูที่นี่ แนวทางการเขียนคอนเทนต์

 

 

วิธีสร้างบล็อก – 5 ขั้นตอนการสร้างบล็อกง่าย ๆ

 

ขั้นตอนที่ 1 เลือกกลุ่มเป้าหมาย

 

นี่เป็นก้าวแรกอันน่าตื่นเต้นสำหรับการเริ่มต้นทำบล็อกและจะเป็นตัวกำหนดแนวทางการทำบล็อกของคุณไปตลอด ดังนั้น ขั้นตอนนี้ถือว่าง่ายแต่สำคัญมาก: คุณต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

 

คุณจะเป็นบล็อกเกอร์นักถ่ายภาพหรือเปล่า หรือว่าชอบทำบล็อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของตัวเองมากกว่า หรือคุณอาจจะชอบเรื่องเทคโนโลยี อืม หรือคุณชอบอาหารเป็นที่สุด

 

ไม่ว่าคุณจะหลงใหลหรือสนใจอะไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายที่คุณเลือกจะเป็นตัวหล่อหลอมเส้นทางของ หัวเรื่องในการทำบล็อกที่คุณไปตลอด นี่ไม่ใช่กฎเหล็กก็จริง (บล็อกเกอร์บางคนสลับฉากไปเขียนเรื่องอื่น ๆ นอกเหนือจากหัวข้อที่ตัวเองเลือกเป็นประจำ แต่ก็ยังประสบความสำเร็จอย่างมาก) แต่มันเป็นแนวทางที่จะช่วยให้บล็อกของคุณมีเนื้อหาชัดเจนและไม่ออกนอกเรื่อง

 

ดังนั้น จงเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ตั้งชื่อบล็อกให้สอดรับกัน เอาแบบง่าย ๆ และสั้น ๆ

 

 

ขั้นตอนที่ 2 เลือกแพลตฟอร์มทำบล็อก

 

มีแพลตฟอร์มทำบล็อกฟรีให้คุณเลือกใช้มากมาย เช่น Wix, Blogger, Tumblr, และ WordPress

 

แพลตฟอร์มที่เราเลือกก็คือ WordPress เพราะมันเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการทำบล็อกที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่มี ถูกใช้ในการสร้างสรรค์เว็บไซต์ถึง 33.9 % ของเว็บไซต์ที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้

 

33.9% website uses WordPress

แหล่งข้อมูล; w3techs.com

 

แพลตฟอร์มนี้ยังง่ายต่อการทำ SEO ใช้งานง่ายและมีปลั๊กอินให้ใช้มากมาย ซึ่งจะช่วยให้คุณใช้ลูกเล่นฟังก์ชันพิเศษต่าง ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องทางเทคนิคอะไรมากมาย

 

คุณยังสามารถรับเว็บโฮสติ้งและชื่อโดเมนได้ฟรีโดยตรงจาก WordPress.com ด้วย แต่อย่างไรเสีย ยายของผมเคยพูดไว้ว่า “ของดี ๆ ไม่มีราคาถูก ของราคาถูกไม่ใช่ของดี”

 

 

ขั้นตอนที่ 3 การหาชื่อโดเมนและเว็บโฮสติ้ง

 

เพื่อเป็นการขยายความจากที่ผมพูดไว้ก่อนหน้า WordPress.com เป็นแพลตฟอร์มที่สุดยอดมากก็จริง แต่เว็บโฮสติ้งและชื่อโดเมนของแพลตฟอร์มนี้กลับมาพร้อมข้อจำกัดมากมาย

 

  1. คุณไม่มีชื่อโดเมนของตัวเอง
    แม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ชื่อโดเมนก็เป็นสิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างมือสมัครเล่นและมือโปรเหมือนกัน หากคุณจริงจังกับการทำบล็อกและต้องการเห็นมันเติบโตขึ้นล่ะก็ คุณควรต้องใช้ชื่อโดเมนเป็นของตัวเอง
  2. ข้อจำกัดเว็บไโฮสติ้ง
    WordPress.com แบบใช้งานฟรีมาพร้อมพื้นที่เว็บโฮสติ้งน้อยมาก (แค่ 3GB) เมื่อคุณใช้พื้นที่ฟรีหมดแล้ว คุณจะต้องจ่ายเงินเพื่ออัปเกรดพื้นที่เพื่อให้คุณสามารถใช้บล็อกต่อไปได้
  3. ไม่อนุญาตให้ใช้ปลั๊กอิน
    คุณจะไม่สามารถใช้ปลั๊กอินในเวอร์ชันฟรีได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เศร้าและน่าเจ็บปวดใจมาก
  4. โฆษณาเต็มไปหมด
    การที่คุณไม่สามารถสร้างรายได้จากเว็บไซต์ WordPress.com ที่ใช้งานฟรีก็ถือว่าแย่แล้ว แต่กลับส่งโฆษณามาให้คุณมากมายอีกต่างหาก ! จำไว้อย่างหนึ่ง “ของดี ๆ ไม่มีราคาถูก ของราคาถูกไม่ใช่ของดี” การส่งโฆษณามาล่อใจเป็นหนทางหนึ่งที่ WordPress ใช้สร้างรายได้
  5. บล็อกของคุณอาจถูกลบออกไปได้
    คุณจะรู้สึกอย่างไรหากบล็อกที่คุณคอยประคบประหงมและสร้างยอดผู้ติดตามมานานแรมปีดันมาถูกลบออกไปเพียงเพราะคุณเผลอไปทำผิดเงื่อนไขการใช้บริการของ WordPress ที่มีเยอะมากจนตาลาย มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วและจะเกิดขึ้นอีก ผมเองขอไม่รับความเสี่ยงแบบนี้แน่นอน

 

ปัญหาที่เราพอจะคิดออกก็มีประมาณนี้ คุณสามารถซื้อชื่อโดเมนและเว็บโฮสติ้งแยกต่างหาก เพื่อที่จะได้ไม่เจอกับปัญหาเหล่านี้ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำวิธีการทำให้สำเร็จอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

 

 

ชื่อโดเมน

 

บริการให้ลงทะเบียนชื่อโดเมนนั้นมีอยู่มากมาย เช่น GoDaddy และ Namecheap แต่เรากลับชอบ Namecheap เพราะบริการของค่ายนี้ถือว่าดีเยี่ยม แถมมีบริการ WhoisGuard ฟรีอีกด้วย บริการนี้จะช่วยปกปิดตัวตนของคุณ ในกรณีที่คุณต้องการทำบล็อกแบบไม่เปิดเผยตัวตน

 

ขั้นตอนการลงทะเบียนก็ถือว่าง่ายตรงไปตรงมา เพียงไปที่เว็บไซต์ ลงทะเบียน เลือกชื่อโดเมน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว!

 

จำไว้ว่า คุณควรจะเลือกชื่อโดเมนที่เรียบง่ายและจำง่าย พยายามเลือกชื่อที่ฟังแล้วติดหูหากทำได้ อย่าใช้สกุลเว็บแปลก ๆ เช่น “.io” or “.biz” แต่ให้ใช้ “.com” เพราะคนส่วนมากคุ้นเคยกับสกุลนี้

 

 

เว็บโฮสติ้ง

 

คุณอาจจะคิดว่า เว็บโฮสติ้งเป็นเพียงแค่พื้นที่ที่ให้คุณจัดเก็บไฟล์เว็บไซต์ และจะใช้ผู้บริการเว็บโฮสติ้งรายไหนก็ได้ อยากบอกว่าคุณคิดผิดมหันต์ ที่จริงแแล้ว หากคุณต้องการให้บล็อกประสบความสำเร็จ คุณควรต้องมั่นใจจริง ๆ ว่าบริการเว็บโฮสติ้งที่ใช้นั้นไว้ใจได้และ รวดเร็ว

 

คุณเคยเข้าไปในเว็บที่โหลดช้ามาก ๆ จนคุณเองก็รอมันโหลดเสร็จไม่ไหวหรือเปล่า หากคุณจับเวลาดูเอง จะเห็นว่าเวลาโหลดเพียง 3 วินาทีก็พอที่จะทำให้คุณรู้สึกได้แล้วว่าบล็อกนั้นโหลดช้า และคนมักจะถอดใจออกจากเว็บไปก่อนที่่จะโหลดเสร็จหากการโหลดใช้เวลานานถึง 5 วินาทีโดยเฉลี่ย

 

ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งจะต้องรับประกันได้ว่า บล็อกของคุณจะโหลดได้อย่างฉับไวเพื่อไม่ให้คุณต้องเสียผู้อ่านไปเพราะเวลาการโหลดที่ช้าอย่างไม่จำเป็น

 

ในขณะที่บริการเว็บโฮสติ้งมีอยู่มากมายทั่วไปหมด (คลิกที่นี่ เพื่อดูรายชื่อเว็บโฮสต์อันดับต้น ๆ) แต่เราขอแนะนำให้ดูแบรนด์เว็บโฮสต์ที่เป็นสากลและเชื่อถือได้อย่าง Hostinger สำหรับบล็อกของคุณ

 

แน่นอน อาจจะมีตัวเลือกอื่นที่ราคาถูกกว่า แต่ช่วงเวลาให้บริการของ Hostinger ฝ่ายบริการลูกค้าที่ไว้ใจได้ สิทธิประโยชน์ที่หลากหลายและเวลาการตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์ที่เร็วสุดขีดถือว่าคุ้มสุด

 

วิธีสมัครแผนโฮสติ้งกับ Hostinger

 

การสร้างบัญชีและตั้งค่าบล็อกของคุณกับ Hostinger นั้นง่ายมาก นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ:

 

  1. ไปที่ Hostinger.in.th และคลิกเข้าสู่แผนบริการโฮสติ้งของพวกเขา
  2.  

  3. เลือกแผน เราขอแนะนำให้ใช้แผนโฮสติ้งที่ใช้ร่วมกันแบบพรีเมียม (59 บาท/เดือน) เนื่องจากราคาและผลประโยชน์สมเหตุสมผลดี คุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเลือกนานเกินไป คุณสามารถอัปเกรดหรือดาวน์เกรดแผนของคุณในภายหลังได้หากต้องการ
  4.  

    Hsotinger Share Hosting Thailand Pricing

     

  5. เมื่อคุณเลือกแผนแล้ว คุณจะต้องดำเนินการขั้นตอนการชำระเงินให้เสร็จสิ้น > สร้างบัญชี > กรอกข้อมูลการชำระเงินของคุณ > ตรวจสอบคำสั่งซื้อของคุณ > จากนั้นคลิก “ส่งการชำระเงินที่ปลอดภัย” จากนั้นคุณจะได้รับใบเสร็จรับเงินจาก Hostinger พร้อมรายละเอียดทั้งหมดสำหรับการสมัครสมาชิกเว็บโฮสติ้งของคุณ
  6.  

  7. คุณจะถูกพาไปที่หน้าการเริ่มต้นใช้งาน Hostinger โดยอัตโนมัติ ในการเริ่มตั้งค่าเว็บไซต์ของคุณ – กด “เริ่มเลย” และทำตาม
  8.  

    hostinger onboarding first step

     

  9. คุณจะได้รับแจ้งให้ “ตั้งชื่อเว็บไซต์ของคุณ” คุณจะต้องเลือก 1 จาก 2 ตัวเลือก:
  10.  

    hostinger asks to buy or select a domain name for your website

     

    • หากคุณมีชื่อโดเมนอยู่แล้ว – คลิก “เลือก” ใต้ “ใช้โดเมนที่มีอยู่” คุณจะต้องชี้โดเมนของคุณไปที่ Hostinger ในภายหลังเพียงทำตามคำแนะนำเหล่านี้ที่นี่:
    •  

       

    • หากคุณยังไม่มีชื่อโดเมน – คุณสามารถซื้อผ่าน Hostinger ได้โดยคลิก “เลือก” ใต้ “ซื้อโดเมน” พิมพ์ชื่อบล็อกของคุณและ Hostinger จะใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบความพร้อมใช้งาน หากพร้อมใช้งาน ให้ดำเนินการต่อโดยคลิก “ดำเนินการต่อ”

 

โว้ว! ตอนนี้คุณมีบัญชีเว็บโฮสติ้งและชื่อโดเมนเรียบร้อยแล้ว!

 

ได้เวลาเชื่อมต่อกับ WordPress แล้ว นี่คือจุดที่บล็อกของคุณจะเริ่มดูเหมือนเป็นบล็อกแล้ว

 

 

การติดตั้ง WordPress บน Hostinger

 

ส่วนนี้เป็นภาคต่อของส่วนก่อนหน้านี้ แต่เรากำลังแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย

 

หมายเหตุ

หากคุณติดขัดในระหว่างขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งเหล่านี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อฝ่ายสนับสนุนการแชทสดของ Hostinger มีประโยชน์อย่างยิ่งและจะแนะนำคุณตลอดทุกสิ่งที่คุณต้องการความช่วยเหลือ

 

  1. คุณสามารถเลือกระหว่าง “สร้างเว็บไซต์ใหม่” หรือ “ย้ายเว็บไซต์ของฉัน” หากคุณได้ปฏิบัติตามคู่มือนี้แล้ว คุณควรเลือกตัวเลือกแรก
  2.  

    hostinger asks if you want to build or migrate a website

     

  3. ระบบจะถามคุณว่าคุณต้องการสร้างด้วย Zyro หรือ WordPress หากคุณต้องการใช้ในระยะยาว เราขอแนะนำให้สร้างเว็บไซต์ของคุณด้วย WordPress
  4.  

    create a wordpress account and build a site with hostinger

     

  5. สร้างบัญชี WordPress ของคุณด้วยอีเมลและรหัสผ่าน คุณจะใช้รายละเอียดเหล่านี้เพื่อเข้าสู่แดชบอร์ด WordPress ของคุณในภายหลัง เพื่อไม่ให้สูญหาย!
  6.  

  7. ถัดไป Hostinger จะขอให้คุณเลือกธีมสำหรับไซต์ WordPress ของคุณ คุณสามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อนได้ เราจะพูดถึงรายละเอียดในภายหลัง
  8.  

    user can select wordpress theme from hostinger onboarding process

     

  9. เกือบเสร็จแล้ว Hostinger จะให้คุณตรวจสอบข้อมูลการตั้งค่าเว็บไซต์ของคุณได้แล้ว ตรวจสอบอย่างรอบคอบว่าชื่อโดเมนและอีเมลของผู้ดูแลระบบของเว็บไซต์ของคุณถูกต้องหรือไม่
  10.  

    hostinger lets you review information before finish setup

     

  11. สังเกตว่าคุณสามารถแก้ไข “ตำแหน่งเว็บไซต์” ของคุณได้อย่างไร? คุณควรเปลี่ยนตำแหน่งศูนย์ข้อมูลของเว็บไซต์ให้อยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด สิ่งนี้จะให้ผู้ชมเป้าหมายของคุณได้รับประสบการณ์ที่ดีเมื่อพวกเขาเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ
  12.  

    hostinger lets you select data center on which your website is hosted on

     

  13. หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้ว ให้กด “Finish Setup”

 

ตอนนี้คุณได้สร้างบล็อก WordPress และเปิดใช้งานมันแล้ว คุณควรภูมิใจในตัวเองนะ มันดูสวย สะอาด เรียบง่ายและดูเหมือนเว็บที่เห็นกันทั่วไปด้วย หากยืมคำหมู่วัยรุ่นมาใช้ คงต้องบอกว่า เว็บไซต์ของคุณตอนนี้ดู “ดีแต่ไม่ปัง” ฉะนั้น เรามาทำอะไรให้มันแจ๋วกว่านี้ดีกว่า

 

 

ขั้นตอนที่ 4 การออกแบบบล็อกของคุณ

 

ในส่วนนี้เราจะมาดูกันในเรื่องของการทำให้บล็อกของคุณดูมีเอกลักษณ์มากขึ้นอีกสักหน่อย

 

เราสามารถออกแบบและกำหนดค่าต่าง ๆ เองเพื่อให้บล็อกดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของคุณ แต่มันจะต้องใช้เวลานานมาก เอาจริง ๆ นะ คุณคิดว่ามันใช่แนวทางสำหรับโลกยุค 4.0 อย่างในปัจจุบันหรือเปล่า

 

ไม่มีใครมีเวลาสำหรับการออกแบบบล็อกของคุณ

 

แต่โชคดีที่ WordPress มีธีมฟรีให้ใช้หลายพันธีมซึ่งธีมเหล่านี้สามารถนำมากำหนดค่าต่าง ๆ เองได้ และแต่ละธีมก็ดูเป็นมืออาชีพมากจริง ๆ อีกด้วย !

 

 

นี่คือวิธีที่คุณจะเข้าไปใช้ธีม WordPress ได้

 

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี WordPress ซึ่งควรจะเป็น “www.ชื่อเว็บของคุณ.com/wp-admin” กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน WordPress ของคุณแล้วจึงเข้าสู่ระบบ
  2.  

    WordPress เข้าสู่ระบบ

     

  3. เมื่อคุณเข้าใช้งานแล้ว คุณจะได้เห็นแดชบอร์ดของ WordPress ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้และคลิกที่ “เปลี่ยนธีมอย่างสมบูรณ์”
  4.  

    แผงควบคุม WordPress

     

  5. ต่อไปให้คลิกที่ WordPress.org themes และคุณจะได้พบกับธีมหลายพันธีมให้เลือก! หากธีมที่มีให้เลือกยังไม่ถูกใจ ให้คุณไปยัง ElegantTheme เพื่อเข้าซื้อธีมสวยล้ำทั้งหลาย
  6.  

    ธีม WordPress

 

สำคัญ

ธีมเป็นอะไรที่เจ๋งมากแต่ธีมอาจนำพาความยุ่งยากมาได้ ความเร็วการโหลดเว็บไซต์ เป็นสิ่งสำคัญมากในการส่งให้บล็อกของคุณแสดงผลอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อมีการค้นหาข้อมูลผ่าน Google และการเลือกธีมที่ไม่ได้ผ่านการปรับแต่งหรือธีมที่มีการตอบสนองไม่ดีจะส่งผลกระทบต่อความเร็วการโหลดหน้าของคุณได้ ขอให้คุณตรวจดูก่อนว่ามีเสียงวิจารณ์เชิงทางลบบ้างหรือไม่ในส่วนที่เปิดให้แสดงความคิดเห็น และทดสอบการตอบสนองของธีมนั้น ๆ ในตัวอย่างการใช้เสียก่อน หากธีมนั้น ๆ ไม่มีการตอบสนองในหน้าตัวอย่างธีมเสียแล้ว ก็มีแนวโน้มว่ามันจะพาบล็อกของคุณเฉี่อยไปด้วย

 

  1. เมื่อคุณเลือกธีมได้แล้ว ให้คลิกที่ “Live Preview หรือดูตัวอย่างสด” ตามด้วย “Activate & Publish หรือใช้งาน & เผยแพร่” เพื่อติดตั้งธีมของคุณ
  2.  

    ดูตัวอย่างธีมของคุณแบบสด

    (ดูตัวอย่างธีมของคุณแบบสด)

     

    ใช้งาน & เผยแพร่

    (ใช้งาน & เผยแพร่)

 

ตอนนี้คุณได้ติดตั้งธีมแล้ว แต่คุณยังต้องทำให้มันดูเป็นแบบฉบับของคุณและใส่เนื้อหาเพิ่มเติมลงไป ไม่เช่นนั้นบล็อกของคุณจะดูว่างเปล่า

 

 

การเพิ่มเพจไปยังบล็อกของคุณ

 

บล็อกใหม่แกะกล่องของคุณจะว่างเปล่ามากหากคุณไม่ใส่เนื้อหา อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องใส่หน้า “เกี่ยวกับเรา” ลงไปเพื่อแจ้งให้ผู้อ่านเข้าใจว่าบล็อกของคุณนำเสนออะไร

 

  1. ใน WordPress dashboard หรือหน้าควบคุมหลัก คุณจะต้องไปยัง “หน้า” และคลิกที่ “เพิ่มใหม่”
  2.  

    เพิ่มหน้า WordPress

     

  3. คุณจะถูกนำไปยังหน้าที่คุณสามารถใส่หัวเรื่องและเขียนเนื้อหาย่อหน้าได้ ให้คุณเขียนหัวข้อ “เกี่ยวกับเรา” และเขียนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับบล็อกของคุณใน “ย่อหน้า” เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้คลิก “เผยแพร่”
  4.  

    เพิ่มชื่อหน้า

 

 

การลิงก์เพจของคุณไปยังเมนู

 

หน้า “เกี่ยวกับเรา” ของคุณจะไม่แสดงขึ้นหากคุณไม่สร้างลิงก์ในเมนูให้กับมัน

 

ที่คุณต้องทำก็คือ ไปที่หน้าแดชบอร์ด WordPress ภายใต้หัวข้อ “รูปแบบเว็บหรือ appearance” จากนั้นคลิก “เมนู” รายการเพจต่าง ๆ ของคุณควรจะถูกเพิ่มเข้ามาในโครงสร้างเมนูโดยอัตโนมัติ หากยังไม่เพิ่มเข้ามา ให้คุณคลิกช่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ใต้ “เพิ่มรายการเมนู” และคลิกที่ “เพิ่มไปยังเมนู”

 

เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกที่ “สร้างเมนู” และบล็อกของคุณจะได้รับการอัปเดตกับหน้าต่าง ๆ ที่ลิงก์ในเมนู

 

เมนูลิงค์

 

 

การเพิ่มบล็อกโพสต์

 

อืม นี่คือหัวใจของเว็บไซต์คุณ มันเป็นเหตุผลเดียวที่คุณลงทุนทำบล็อกขึ้นมา บล็อกโพสต์ของคุณจะช่วยให้คุณไม่ดูเป็นคนนอกวงการ คงอันดับบล็อกให้ติดอยู่ในอ้ับดับต้น ๆ ของการค้นหาผ่าน Google และรักษาสถานะของความเป็นผู้รู้จริงในเรื่องที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ หากคุณทำถูกทางล่ะก็ คุณจะสร้างรายได้เลี้ยงชีพจากบล็อกได้เลยทีเดียว !

 

แต่ก่อนที่คุณจะไปสุ่มหาเรื่องราวต่าง ๆ มาโพสต์ลงในเว็บไซต์ของคุณเอง เรามาตั้งค่าแยกแยะหมวดหมู่สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้อะไร ๆ มันง่ายขึ้นในอนาคตกันดีกว่า

 

  1. ในแดชบอร์ดของ WordPress ให้คุณคลิกที่ “เรื่องหรือ posts” และเลือก “หมวดหมู่หรือ categories” คุณควรจะได้เห็นหน้าจอตามด้านล่างนี้ ใส่ชื่อหมวดหมู่ของคุณ ในตัวอย่างนี้ คุณอาจจะเรียกมันว่า “บล็อก” คลิกที่ “เพิ่มหมวดหมู่ใหม่” ตรงด้านล่าง
  2.  

    เพิ่มหมวดหมู่

     

  3. ถัดไป ภายใต้หัวข้อ “เรื่อง” คลิกที่ “เพิ่มใหม่” คุณควรได้พบกับหน้าที่คุณสามารถใส่ชื่อเรื่องและเนื้อหาลงไปได้ ให้คุณเติมเต็มหน้านี้หากต้องการ เมื่อใส่เนื้อหาเสร็จแล้ว ให้มองหาแถบ “หมวดหมู่” ที่อยู่ทางด้านขวาของหน้าจอ และคลิกทำเครื่องหมายลงช่องสี่เหลี่ยมที่กำกับคำว่า “บล็อก”
  4.  

    เพิ่มโพสต์

     

    คลิกที่ “เผยแพร่” แค่นี้บล็อกโพสต์ของคุณก็พร้อมใช้งานแล้ว! ทั้งหมดที่คุณต้องทำตอนนี้คือเพิ่มหมวดหมู่ลงไปในเมนู แค่นี้ก็พร้อมแล้ว

 

 

การสร้างหัวข้อ & tagline ที่กำหนดเอง

 

หากคุณต้องการให้ผู้คนหาบล็อกของคุณเจอและอ่านเนื้อหาของคุณ คุณจะต้องตั้งใจอ่านขั้นตอนส่วนนี้ให้ดีสักหน่อย

 

ชื่อเว็บไซต์ของคุณเป็นตัวบอกให้คนอื่น ๆ รู้เกี่ยวกับบล็อกของคุณ และ taglines หรือคำอธิบายแบบย่อ จะช่วยสนับสนุนชื่อเว็บ คำเหล่านี้ยังช่วยให้เสิร์ชเอนจินแยกประเภทได้และสามารถส่งบล็อกของคุณไปให้แก่ผู้ที่ค้นหาเรื่องราวในทำนองเดียวกันได้

 

ในการกำหนดชื่อเรื่องและ taglines คุณต้องไปที่แดชบอร์ดของ WordPress แล้วไปยัง “การตั้งค่า” จากนั้นคลิก “ทั่วไป”

 

การตั้งค่า WordPress

 

จากตรงนี้ คุณสามารถเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์และ tagline ให้เป็นอะไรก็ได้ตามต้องการ ทำตรงนี้ให้เสร็จ แล้วคลิก “บันทึกการเปลี่ยนแปลง”

 

 

การปิดรับความคิดเห็น

 

บางครั้งเมื่อคุณแบ่งปันความคิดส่วนตัวลงในบล็อกของคุณ คุณอาจจะไม่อยากให้พื้นที่สำหรับการเปิดรับความคิดเห็นกลายเป็นช่องทางให้พวกเกรียนคีบอร์ดเข้ามาเล่นงานคุณและทิ้งความเห็นที่ไม่เป็นประโยชน์เอาไว้ตรงนั้น

 

อันที่จริง คุณสามารถปิดช่องทางแสดงความคิดเห็นได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อที่จะไม่เปิดโอกาสให้เกรียนคีบอร์ดเหล่านั้นมาทำอะไรแย่ ๆ ในบล็อกคุณ

 

ในแดชบอร์ด WordPress ของคุณ ไปที่ “การตั้งค่าหรือ settings” และ “การอภิปรายหรือ discussion” ตรงนี้ให้เอาเครื่องหมายออกจากช่องสี่เหลี่ยมที่หัวข้อ “อนุญาตให้แสดงความเห็นในบทความใหม่”

 

การตั้งค่าความคิดเห็น

 

 

การสร้าง static homepage

 

ก็จริงอยู่ที่คุณอยากมีบล็อก แต่คุณคงไม่อยากให้หน้าหลักของเว็บไซต์มีหน้าตาเหมือนบล็อกใช่ไหม

 

สิ่งที่คุณต้องการก็คือ static front page ซึ่งเป็นเหมือน “หน้าหลัก” สำหรับผู้เยี่ยมชมเว็บเข้ามาดูเหมือนอย่างบล็อกระดับมืออาชีพส่วนใหญ่ เนื้อหาใน static front page จะไม่เปลี่ยนและมันจะแสดงสิ่งต่าง ๆ เหมือนเดิมทุกครั้งที่มีคนเข้ามาเยี่ยมชม ทำให้เว็บดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี

 

หากยังไม่สร้าง static front page ทาง WordPress ก็จะใช้เนื้อหาในบล็อกโพสต์ชิ้นล่าสุดของคุณมาแสดงเป็นหน้าหลัก ซึ่งมันดูเป็นมือสมัครเล่นเอามาก ๆ

 

คุณสามารถสร้าง static front page ได้โดยทำตามขั้นตอนนี้:

 

  1. ไปที่แดชบอร์ด WordPress คลิกที่ “การตั้งค่า” และ การอ่าน”
  2.  

  3. คลิกที่ “A Static Page” จากนั้นให้เลือกหน้าที่คุณต้องการให้เป็นหน้าหลักของคุณ แล้วจึง “บันทึกการเปลี่ยนแปลง”
  4.  

    การตั้งค่าหน้าแรก

 

 

การเพิ่มหรือลบเนื้อหาบนแถบด้านข้าง

 

บางคนอยากได้เนื้อหาอยู่ตรงแถบด้านข้าง บางคนไม่ชอบเพราะอยากให้ดูสะอาดตา ไม่ว่าจะแบบไหน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ

 

การเพิ่มหรือลบเนื้อหาลงบนแถบด้านข้างทำได้ง่าย

 

  1. ไปยังแดชบอร์ด WordPress ของคุณ จากนั้นไปที่ “รูปแบบเว็บหรือ appearance” แล้วคลิกที่ “วิดเจ็ต (widgets)”
  2.  

  3. คุณจะได้พบกับวิดเจ็ตที่ใช้ได้พร้อมกับแถบด้านข้างบล็อกของคุณ ที่คุณต้องทำก็คือ แค่ลากและวางวิดเจ็ตที่คุณอยากให้มาอยู่ตรงแถบด้านข้าง หรือลบวิดเจ็ตที่คุณไม่ต้องการออกไป
  4.  

    การตั้งค่าแถบด้านข้าง

 

 

ขั้นตอนที่ 5 การใช้ปลั๊กอิน

 

เมื่อก่อน หากเราอยากจะเพิ่มประสิทธิภาพบล็อก เพิ่มฟีเจอร์ หรือสร้างฟังก์ชันใหม่ ๆ เราจะต้องทำเองทีละขั้นละตอน ไม่มีแบบอัตโนมัติ (ซึ่งใช้เวลานานและยุ่งยากสุด ๆ)

 

เดี๋ยวนี้ คุณสามารถทำทุกอย่างที่ว่ามาหรือทำมากกว่านั้นได้ด้วยเพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น ต้องขอบคุณปลั๊กอิน!

 

หลัก ๆ แล้ว คุณสามารถเพิ่มอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะมีในเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะทำเว็บไซต์ให้กลายเป็ยร้านค้าออนไลน์หรือเว็บแสดงผลงาน ไม่ว่าคุณคิดจะใช้งานแบบไหน ก็น่าจะมีปลั๊กอินแบบนั้นอยู่ !

 

สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อติดตั้งปลั๊กอินก็คือ ไปที่แดชบอร์ด WordPress คลิกที่ “ปลั๊กอิน” และ “เพิ่มใหม่” ถึงตรงนี้ให้คลิกที่แท็บที่เป็นที่นิยมหรือที่เป็นที่แนะนำเพื่อหาปลั๊กอินที่เหมาะกับความต้องการของคุณ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว!

 

เพิ่มปลั๊กอิน

 

มีรายการปลั๊กอินนับไม่ถ้วนมาให้คุณเลือกใช้ แต่คุณต้องคิดไว้เสมอว่าปลั๊กอินบางตัวอาจทำให้บล็อกของคุณทำงานช้าลงได้ จงศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับปลั๊กอินสักหน่อยก่อนใช้จริง รับรองเลยว่าบล็อกของคุณจะทำงานรวดเร็วดั่งใจฝัน

 

ต่อไปนี้คือรายการปลั๊กอินที่เราชื่นชอบ:

 

  • Yoast SEO
    ช่วยให้บล็อกของคุณมีความเป็นมิตรต่อ SEO มากขึ้น
  • Swift Performance Lite
    ช่วยลดเวลาแคชชิ่งสำหรับ WordPress ซึ่งจะมาช่วยเพิ่มความเร็วให้แก่บล็อกของคุณ!
  • Google Analytics by ExactMetrics
    ช่วยคุณติดตามจำนวนผู้เข้าชมบล็อก เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการกำหนดเกณฑ์ตัวเลขต่าง ๆ

 

 

ตอนนี้คุณเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัวแล้ว !

 

ขอแสดงความยินดีกับบล็อกเกอร์อีกคนหนึ่งในวงการ คุณได้สร้างบล็อกของตัวเองเสร็จสมบูรณ์แล้ว ! เราช่วยคุณสร้างก็จริง แต่คุณคือคนที่ลงมือทำเองทั้งหมด ฉะนั้น คุณควรปรบมือให้ตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ !

 

ก่อนจากกัน มาทบทวนสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำในการสร้างบล็อกอีกสักครั้ง

 

  1. ลงทะเบียนชื่อโดเมน และเลือกบริการเว็บโฮสติ้ง
    • เลือกบริษัทเว็บโฮสติ้งที่เหมาะสม
    • เลือกชื่อโดเมนของคุณ
  2. สร้างบล็อกของคุณ
    • ติดตั้ง WordPress ให้เป็นแพล็ตฟอร์มของคุณ
  3. ออกแบบบล็อกของคุณ
    • เลือกธีมที่เหมาะสม
    • ติดตั้งธีม
  4. เพิ่มเนื้อหา
    • เพิ่มเรื่อง เมนู และแก้ไขหน้า
    • กำหนดค่าและปรับเปลี่ยน
    • ติดตั้งปลั๊กอิน

 

จงปรับเปลี่ยนการตั้งค่าอยู่เสมอ !

 

จำไว้เสมอว่า WordPress เป็นแพล็ตฟอร์มที่ให้คุณปรับเปลี่ยนอะไรก็ตามตามใจคุณ คุณสามารถสร้างบล็อกได้ทุกประเภทตามที่ต้องการด้วย WordPress ดังนั้น จงลองปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้ 100% ! และก็เช่นเคย ส่งข้อความมาหาเรา ได้เลยหากคุณมีคำถามอะไรก็ตาม