เนื้อหาของ Bitcatcha เกิดจากการสนับสนุนของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร เรียนรู้เพิ่มเติม

สร้างตัวตนทางออนไลน์ตั้งแต่เริ่มต้น : คำแนะนำง่าย ๆ ไม่อ้อมค้อมสำหรับคุณ

Avatar
WRITTEN BY
UPDATED
October 20, 2021

 

มาถึงตอนนี้ คุณคงจะรู้ตัวแล้วว่าคุณจำเป็นต้องมีตัวตนทางออนไลน์

 

คุณจำเป็นต้องมีพื้นที่ออนไลน์เพื่อช่วยสร้างธุรกิจของคุณ ช่วยขายสินค้า หรือสร้างชื่อคุณให้เป็นที่รู้จักกันในสังคมออนไลน์

 

เรื่องที่ทำได้ยากก็คือ การคิดหาวิธีทำและการคำนวณต้นทุนที่ต้องใช้

 

ปัญหาใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ การออกตัวไปในทิศทางที่ผิด การเลือกแพลตฟอร์มผิดตั้งแต่เริ่มอาจทำให้คุณต้องถอยหลังย้อนกลับไปเป็นเดือน ๆ (นี่ยังไม่พูดถึงค่าต้นทุนการติดตั้งนะ)

 

หมายเหตุ

บทความนี้เป็นแนวทางง่าย ๆ ภายในสิบนาที ผมจะเจาะเข้าไปที่วิธีการสร้างตัวตนทางออนไลน์ที่แตกต่างกันสี่ข้อ ผมจะลงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการลงทุนแต่ละข้อ อธิบายให้เหตุผลว่าแต่ละข้อเหมาะกับใครบ้าง พร้อมทั้งบอกข้อดีข้อเสียด้วย

 

 

ผมเคยทำพลาดเรื่องนี้มาก่อน ผมเคยทำเว็บไซต์ลงในสองหรือสามแพลตฟอร์มก่อนที่จะตระหนักได้ว่า ผมจะประหยัดเงินได้มากกว่าและปวดหัวน้อยกว่า ถ้าหากผมทำการศึกษาค้นคว้าและเลือกเส้นทางที่ใช่ตั้งแต่แรก

 

แต่ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่พลาดมาก่อน พอผมถาม ผู้เชี่ยวชาญ 27 คนถึงข้อผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของพวกเขาในการทำบล็อก ไม่น้อยเลยที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกเสียใจที่พวกเขาเลือกแพลตฟอร์มผิดและวางแผนงานผิดพลาดตั้งแต่ต้น

 

นี่เป็นแนวทางแบบที่ผมเองหวังว่าจะได้อ่านก่อนที่ผมจะเริ่มสร้างตัวตนออนไลน์ของตัวเอง วิธีการตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมซึ่งจะช่วยคุณค้นหาแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด สำหรับคุณ.

 

และนี่คือหัวใจของบทความนี้ ไม่มีวิธีที่สมบูรณแบบในการสร้างตัวตนทางออนไลน์ มีเพียงวิธีที่ใช่่สำหรับเป้าหมายและความใฝ่ฝันของคุณ

 

How to create a website

 

เราจะพูดถึงสี่ช่องทางหลัก ๆ

 

  1. แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพราะไม่ใช่ทุกคนเสมอไปที่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์
  2. WordPress.orgแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ระดับกลาง-สูงที่ให้คุณควบคุมเองได้ตามต้องการ
  3. Wixเครื่องมือสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้เพื่อทำแฟ้มสะสมผลงานและบล็อกต่าง ๆ
  4. Shopifyเครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบง่ายสำหรับผู้ต้องการทำร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ

 

ต่อไปเราจะมาหาวิธี การสร้างตัวตนทางออนไล์ให้เป็นที่รู้จักคุณมากขึ้น น่าเสียดายที่การมีเว็บไซ์หรือเพจทางโซเชียลมีเดียอย่างเดียวไม่สามารถดึงดูดผู้เยี่ยมชมได้ เราจะแนะนำหลากหลายวิธีที่คุณจะสามารถเรียกคนให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือเพจของคุณพร้อมกับขยายตัวตนทางออนไลน์ของคุณให้มากขึ้นได้

 

 

แพลตฟอร์มไหนที่ใช่สำหรับตัวตนทางออนไลน์ของคุณ

 

1 เพจโซเชียลมีเดีย

 

ข้อดี – ฟรี ใช้ง่าย และต้องการการดูแลรักษาน้อย
ข้อเสีย – ข้อเสีย
ค่าใช้จ่าย – ฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์
อ่านเพิ่มเติม – Facebook / Instagram

 

Instagram

 

ธุรกิจบางอย่างและคนบางคนไม่จำเป็นต้องใช้เว็บไซต์ ความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายอาจจะบานปลายได้

 

บางครั้ง หน้าเฟซบุ๊ก หรือ บัญชีอินสตาแกรม เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างผู้ชม เชื่อมต่อกับคนอื่น ๆ รวมถึงให้ข้อมูลข่าวสารล่าสุด ลูกค้าของคุณมีความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มนี้อยู่แล้ว ไหนยังผู้ใช้งานทั่วโลกอีก 1,600 ล้านคนที่กำลังรอคุณอยู่!

 

ตัวอย่างธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากนอกเหนือไปจากเพจเฟสบุ๊กและโปรไฟล์อินสตาแกรม เช่น คาเฟ่
หรือร้านอาหาร ธุรกิจเหล่านี้สามารถอัปโหลดรูปภาพใหม่ ๆ คอยอัปเดตเมนู สื่อสารกับลูกค้า โปรโมทกิจกรรมต่าง ๆ และไฮไลต์ข้อเสนอพิเศษ ทั้งหมดนี้ทำได้ภายในที่เดียว

 

Sola Cafe Facebook Page

เพจ FB ร้านอาหาร : Sola Cafe

 

ร้านนี้ยังสามารถใช้ ปลั๊กอินของเฟสบุ๊กเพื่อช่วยจองที่นั่ง ในกรณีนี้ การมีเว็บไซต์อาจเป็นการทำเรื่องง่ายให้ซับซ้อน และเกิดการแบ่งกลุ่มผู้ชม จะดีกว่าถ้ามุ่งสร้างเพียงช่องทางเดียวแต่ทรงพลัง

 

คุณสามารถลงเนื้อหาวิดีโอและบล็อกในเฟสบุ๊กได้ด้วย ปัจจุบันวิดีโอในเฟสบุ๊กมียอดผู้เข้าชมถึง 8 พันล้านวิวต่อวันและInstant Articles ของเฟสบุ๊กก็ให้คุณสามารถเผยแพร่บล็อกได้โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์อีกด้วย

 

นอกจากนี้ เฟสบุ๊กยังมีแพลตฟอร์มโฆษณาที่ยอดเยี่ยม ดังนั้น คุณจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายและดึงดูดคนกลุ่มนี้ให้เข้ามาเยี่ยมชมเพจของคุณได้ (เราจะคุยกันเพิ่มเติมเรื่องโฆษณาบนเฟสบุ๊กหลังจากนี้)

 

ข้อเสียของการมีเพจโซเชียลมีเดียอย่างเดียวคือ คุณต้องอยู่ภายใต้การตัดสินใจของแพลตฟอร์มเสมอ หากเฟสบุ๊กเปลี่ยนอัลกอริทึมเพื่อจำกัดการเข้าถึงของเพจคุณ (ซึ่งพวกเขาก็ทำอยู่เป็นประจำ) คุณอาจจะต้องจ่ายเงินเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ที่ติดตามเพจของคุณ

 

คุณยังถูกจำกัดในเรื่องของการออกแบบ คุณสามารถอัปโหลดรูปภาพและภาพหน้าปก แต่ข้อจำกัดด้านเลย์เอาต์ของเฟสบุ๊กหรืออินสตาแกรมอาจจะทำให้เราหลายคนรู้สึกอึดอัด

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากคุณอยากจะขายอะไร เฟสบุ๊กไม่ใช่แพลตฟอร์มที่เหมาะ แม้ว่าจะมีปลั๊กอินให้ใช้ แต่เฟสบุ๊กก็เปลี่ยนการอนุญาตให้ใช้ปลั๊กอินอยู่เป็นประจำ ร้านของคุณอาจถูกลบออกไปได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า

 

 

2 เว็บไซต์ WordPress

 

ข้อดี – คุณควบคุมได้อย่างเต็มที่และมีศักยภาพแบบไร้ขีดจำกัด
ข้อเสีย – ราคาค่าบำรุงรักษาและต้องใช้ทักษะทางเทคนิค
ค่าใช้จ่าย – เริ่มต้นที่ประมาณ 160 – 650 บาทต่อเดือนสำหรับการทำโฮสติ้งและซื้อชื่อโดเมน
อ่านเพิ่มเติม – โฮสติ้ง WordPress

 

Elegant Themes - WP Premium Themes

ธีมพรีเมียมของ WordPress ธีมโก้หรู

 

WordPress เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณต้องการมีเว็บไซต์ที่ควบคุมเองได้ดังใจและมีความยืดหยุ่นอย่างเต็มรูปแบบ ร้อยละ 25 ของเว็บไซต์ทั้งหมดใช้แพลตฟอร์มนี้ WordPress เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้และได้รับการยอมรับด้วย

 

คุณทำอะไรก็ได้ที่ต้องการด้วย WordPress ไม่ว่าจะสร้างร้านค้าออนไลน์ สร้างเว็บไซต์แฟ้มสะสมผลงาน โพสต์บล็อกเละเนื้อหา สร้างเว็บไซต์ตัวแทนขายสินค้า คุณสามารถรับฝากโฆษณา รวบรวมที่อยู่อีเมล สร้างรายได้และ ทำธุรกิจออนไลน์ ทำอย่างทำได้ภายในที่เดียว

 

มันปรับขนาดการใช้งานได้อีกด้วย แพลตฟอร์มนี้ถูกนำมาใช้กับเว็บไซต์ใหญ่ ๆ เช่น The New Yorker, Techcrunch, Variety, Mashable และ Time Incแต่มันก็ทำงานได้ดีไม่ต่างจากใช้งานเพื่อทำบล็อกส่วนตัวเลย

 

WordPress Dashboard

 

คุณกำหนดค่าเว็บไซต์ WordPress เองได้ตามต้องการ ดังนั้น คุณจะสร้างตัวตนทางออนไลน์ได้ในแบบฉบับของตัวคุณเองด้วยดีไซน์และสไตล์ที่คุณชอบ WordPress มาพร้อม เท็มเพลตฟรี (หรือ ‘ธีม’). ให้เลือกมากมายแต่ละธีมสามารถปรับเปลี่ยนตามรูปแบบสไตล์ที่คุณชอบ หรือนักออกแบบเว็บมือโปรสามารถสร้างงานดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครให้คุณได้ (และหากคุณเป็นสมาชิกแบบเสียค่าบริการ คุณจะได้เข้าใช้ ธีมพรีเมียมสวย ๆ.)

 

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนได้ดังใจแบบนี้มาพร้อมค่าใช้จ่าย แม้ว่าตัว WordPress เองให้ใช้ฟรี แต่คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายกับงานโครงสร้างต่าง ๆ ที่ตามมากับแพลตฟอร์มนี้ คุณจะต้องใช้โฮสต์เว็บไซต์ (พื้นที่ว่างในอินเทอร์เน็ตที่จำเป็นเพื่อนำเว็บไซต์ของคุณไปฝากตั้งไว้) และชื่อโดเมน เช่น www.my-website.com.

 

การเลือกเว็บโฮสต์ก็ถือว่ามีความสำคัญพอ ๆ กับตัวเว็บไซต์เลยทีเดียว เพราะมันมีส่วนกำหนดความเร็วการโหลด ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของเว็บไซต์ คุณเริ่มศึกษาเบื้องต้นจากตารางเปรียบเทียบโฮสต์เว็บไซต์ของเรา ได้ที่นี่ – เว็บโฮสติ้งดี ๆ (และราคาสมเหตุสมผล).

 

การสร้างและการบำรุงรักษาเว็บไซต์ WordPress จะต้องอาศัยทักษะทางเทคนิคด้วยเช่นกัน WordPress เองอ้างว่า คุณสามารถจัดการติดตั้งเว็บไซต์ได้ภายใน 5 นาที แต่การเปิดใช้งานเว็บไซต์ของคุณจะใช้เวลานานกว่านั้นสักหน่อย

 

คุณจะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจหลายเรื่องซึ่งจะใช้เวลามากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการปรับเปลี่ยนดีไซน์ อัปเดตเป็นประจำรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพ

 

แต่ถ้าคุณอยากได้ความรู้สึกว่ามีเว็บไซต์ของตัวเอง แต่ไม่อยากยุ่งยากอะไรมากมาย ก็มีอีกตัวเลือกหนึ่ง นั่นคือ Wix

 

 

3 Wix

 

ข้อดี – การใช้งานแบบลากและวาง เรียบง่าย ติดตั้งง่าย
ข้อเสีย – มีข้อจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับ WordPress
ค่าใช้จ่าย – ฟรี แต่การอัปเกรดไปใช้แพ็กเกจพรีเมียมเพื่อให้มีโดเมนส่วนตัวถือว่าคุ้มค่า (ราคาเริ่มต้นที่ 150 บาท)
อ่านเพิ่มเติม – อ่านรีวิว Wix

 

Create beautiful site with Wix

 

Wix มีความคล้ายคลึงกับ WordPress แต่ไม่มีเรื่องจุกจิกให้ต้องทำ อย่างที่บอกคือ Wix จะมีข้อจำกัดที่มากกว่า แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์ที่ซับซ้อนกับเว็บไซต์ของตัวเอง

 

ความโดดเด่นของ Wix อยู่ที่ความเรียบง่าย ค่ายนี้จะดูแลเรื่องโฮสติ้ง พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ประสิทธิภาพ รวมถึงเรื่องทางเทคนิคต่าง ๆ ให้คุณอยู่เบื้องหลัง คุณเพียงแค่ลงชื่อเข้าใช้งานและใส่เนื้อหาเข้าไป

 

เท็มเพลตทั้งหมดก็ใช้หลักการลากและวาง ดังนั้น คุณสามารถจัดหน้าเลย์เอาต์ของเว็บไซต์โดยที่ไม่ต้องใส่โค้ดหรืออะไรเลย โดยรวมแล้วเท็มเพลตฟรีของค่ายนี้ดูมีสไตล์มากกว่าของ WordPress ซึ่งเป็นที่ดึงดูดของบรรดาคนที่ทำงานอิสระและนักสร้างสรรค์งานมืออาชีพ

 

Soup-studios.com

เว็บไซต์ Wix Soup-studios.com

 

Wix มุ่งให้บริการแก่เว็บไซต์สำหรับแสดงผลงานและบล็อกง่าย ๆ ซึ่งสร้างความเติบโตอย่างมากให้กับแพลตฟอร์มนี้ Wix มีกลไกสำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์ แต่ WordPress หรือ Shopify (ที่จะพูดถึงต่อไป) เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับการค้าขายออนไลน์มากกว่า

 

โดยสรุปแล้ว Wix เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการแสดงผลงานแบบง่าย ๆ รวมถึงเว็บไซต์ที่เจ้าของไม่อยากวุ่นวายมากนัก

 

ส่วนข้อเสียก็คือ คุณควบคุมงานหลังบ้านและประสิทธิภาพโดยรวมได้น้อยกว่า คุณอาจพบว่า การใส่ฟีเจอร์ขั้นสูงต่าง ๆ เช่น ตะกร้าช้อปปิ้งหรือแบบฟอร์มลงทะเบียนด้วยอีเมลทำได้ไม่ง่ายนัก

 

 

4 Shopify

 

ข้อดี – ง่าย ออนไลน์และติดตั้งร้านได้รวดเร็ว
ข้อเสีย – ฟีเจอร์ระดับมืออาชีพมีราคาสูง
ค่าใช้จ่าย – แพ็กเกจ ‘พื้นฐาน’ เริ่มต้นที่ราคา 950 บาทต่อเดือน
อ่านเพิ่มเติม – อ่านรีวิว Shopify

 

Create an online store with Shopify

 

ดูจากชื่อก็รู้ว่าShopify สร้างขึ้นมาเพื่อร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ

 

ดีไซน์และเลย์เอาต์หน้ามีความเรียบง่ายและตรงไปตรงมา และก็เช่นกัน คุณไม่จำเป็นต้องลงรหัสโปรแกรมใด ๆฉะนั้น คุณจะสร้างและเปิดใช้งานเว็บไซต์ได้ในชั่วอึดใจ อันที่จริง Ben ได้จับเวลาตั้งแต่เริ่มจนเสร็จซึ่งใช้เวลาเพียง 19 นาทีในการสร้างร้านค้าใน Shopify

 

สเน่ห์ที่แท้จริงของ Shopify คือ ฟีเจอร์การค้าขายออนไลน์แบบครบวงจร แพลตฟอร์มนี้จะจัดการเรื่องชำระเงิน ค่าส่ง ภาษีและติดตามคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ หากคุณยอมจ่ายเพิ่ม คุณจะได้ใช้บริการด้านการตลาดที่อยู่ในแพลตฟอร์ม รวมถึงเชื่อมซอฟต์แวร์เข้ากับร้านค้าจริงเพื่อช่วยให้งานบัญชีของคุณง่ายยิ่งขึ้น

 

Shopify Store - Sarah Abraham

ร้านค้า Shopify Sarahandabraham.com

 

ตัวเลือกนอกเหนือจาก Shopify ก็คือใช้ WordPress พร้อมปลั๊กอินที่เรียกว่า WooCommerce โดยทั่วไปแล้ว การใช้ WordPress และ WooCommerce ร่วมกันนั้นมีราคาถูกกว่าในแง่ของการทำธุรกรรมและต้นทุนคงที่ แต่อีกด้านคุณก็ต้องจ่ายเพื่อซื้อความไม่ยุ่งยากและใช้งานง่าย

 

ข้อเสียของ Shopify คือ คุณจะสามารถควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับ WordPress และ WooCommerce ที่ยืดหยุ่นมากกว่าในเรื่องนี้ แต่มันก็มาพร้อมกับงานอื่น ๆ ที่ต้องทำเพิ่ม รวมถึงการคอยดูแลรักษาเว็บไซต์ด้วย

 

 

โบนัส : 7 วิธีให้ผู้คนเห็นเพจคุณ

 

การเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่และลงมือสร้างเว็บไซต์หรือเพจเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น ขั้นต่อไปคือ การทำให้คนเห็นคุณ น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่มีทางลัด แถมจำนวนคนเข้ามาดูก็ไม่สามารถเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ผมมีเจ็ดวิธีที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อเริ่มดึงดูดผู้คนเข้ามายังเว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณ

 

1 โฆษณากับ Facebook adverts

 

ค่าใช้จ่าย – ผมจ่ายค่าโฆษณาในเฟสบุ๊กอยู่ประมาณ 3,000 บาทต่อสัปดาห์ แต่คุณเริ่มต้นโฆษณาได้ด้วยเงินที่น้อยกว่านี้ได้ คนอื่นจะจ่ายค่าโฆษณาเป็นหมื่นเป็นแสนเมื่อพวกเขามั่นใจว่า จะได้รับผลตอบแทนกลับมาจากการลงทุนขนาดนี้

 

โฆษณากับ Facebook adverts เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเจาะเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด คุณสามารถเลือกกำหนดรายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ และความสนใจของผู้ชมได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้คุณได้ โปรโมทสินค้ากับกลุ่มคนที่สนใจสินค้าของคุณจริง ๆ เท่านั้น

 

จงใช้โฆษณาทำให้คนรู้จักเว็บไซต์ของคุณและให้พวกเขารู้ว่าคุณจะช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้อย่างไร การโฆษณากับ Facebook มีราคาไม่แพงอีกต่างหาก ผมขอแนะนำให้ลองใช้โฆษณาทีละน้อย ๆ ก่อนแล้วค่อย ๆเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เชิญเข้าไปดูแนวทางที่ผมเขียนไว้เรื่อง การเพิ่มอัตราเฉลี่ยการคลิก (click-through-rate) โฆษณาบน Facebook adverts

 

 

2 การดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตหรือ Search Engine Optimization (SEO)

 

ค่าใช้จ่าย – ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย (ยกเว้นคุณจ้างผู้เชี่ยวชาญ) คุณเพียงต้องใช้เวลาในการค้นคว้าและลองใช้เทคนิคต่าง ๆ

 

SEO เป็นการทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อคนค้นหาข้อมูลผ่าน Google เรื่องนี้เป็นหัวข้อ ใหญ่สุด ๆ จนเหมาะที่จะมีหนังสือสอนให้คนเก่งในเรื่องนี้กันไปเลย (ถึงแม้ว่าแหล่งข้อมูลจากเพื่อน ๆ ที่ Moz อันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ได้อย่างดีก็ตาม)

 

ก้าวแรกของคุณคือ ตัดสินใจว่าคุณจะใช้ ‘คีย์เวิร์ด’ หรือ คำในการค้นหาคำไหน พูดอีกอย่างคือ คำที่คนพิมพ์ลงไปใน Google แล้วเว็บไซต์ของคุณปรากฏขึ้นมาคือคำว่าอะไร (เรามีบล็อกที่เป็นประโยชน์ในเรื่องนี้เพื่อช่วยคุณ หาคีย์เวิร์ดที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคุณ)

 

ต่อไป ให้คุณทำการปรับแต่ง ‘ในหน้าเพจ’ แบบง่าย ๆ วางคีย์เวิร์ดของคุณ ‘ลงในหน้าเพจ’ ตรงตำแหน่งแท็กหัวเรื่อง ส่วนหัวของหน้าเพจ คำอธิบายรูปภาพและแท็ก เป็นต้น นี่เป็นแค่งานง่าย ๆ แต่มันจะเป็นพื้นฐานในการดันอันดับเว็บไซต์ในอนาคต

 

ธุรกิจที่ค้าขายอยู่ใน ‘โลกแห่งความจริง’ เช่น คาเฟ่หรือร้านอาหาร ก็อยากจะให้ตำแหน่งที่ตั้งของร้านตัวเองปรากฏอยู่ในแผนที่ของ Google พร้อมกับมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘SEO สำหรับธุรกิจในท้องถิ่น’ ที่นี่.

 

 

3 เริ่มการผลิตเนื้อหา

 

ค่าใช้จ่าย – การเขียนบล็อกทำได้ฟรี แต่ถ้าคุณอยากจะจ้างนักเขียนอิสระจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น Problogger และ UpWork ค่าจ้างจะอยู่ที่ประมาณ 3 – 6 บาทต่อคำ

 

บล็อก วิดีโอ และรูปภาพเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นสื่อสารกับผู้ชมของคุณและทำให้คนรู้ว่ามีคุณอยู่ตรงนี้ เนื้อหาจะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มคนที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าและช่วยสร้างแบรนด์ให้คุณไปด้วยในตัว

 

Start Blogging

 

ลองนึกถึงหน้าฟีดข่าวโซเชียลมีเดียปัจจุบันของคุณ ฟีดเหล่านั้นเต็มไปด้วยเนื้อหาที่เจตนาจะเชื่อมต่อกับคุณและสร้างผู้ชม การเขียนบล็อกหรือผลิตวิดีโอใช้เวลานาน แต่มันคุ้มค่าความพยายามมากเลยทีเดียว

 

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เนื้อหาจะช่วยเพิ่มสิ่งดี ๆ ให้กับผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ เนื้อหาสะท้อนความเชี่ยวชาญของคุณ ช่วยสร้างตัวตน และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาดูมากขึ้น ลองอ่านคำแนะนำของเราในการสร้าง กลยุทธ์เนื้อหาที่จะดึงดูดผู้คนเข้ามาจำนวนมาก

 

 

4 เริ่มต้นการทำ guest-posting

 

ค่าใช้จ่าย – ข้อนี้ก็ฟรีเหมือนกัน เว้นแต่ว่าคุณจะจ้างนักเขียนมืออาชีพมาทำงานแทน

 

การผลิตเนื้อหาเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่คุณจะทำให้คนเข้ามาเห็นเนื้อหานั้นได้อย่างไร ทางหนึ่งคือสรรค์สร้างเนื้อหาสำหรับบล็อกและเว็บไซต์อื่นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเปิดโอกาสให้คนหน้าใหม่ ๆ รู้จักชื่อของคุณและยังได้เชื่อมต่อกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกัน

 

ลองเขียน guest blog และเอาไปลงในบล็อกของคนอื่นที่มีกลุ่มผู้สนใจแนวเดียวกัน ถ้าคนกลุ่มนี้ยอมรับเนื้อหาใน guest blog ของคุณ พวกเขาก็จะกดลิงก์ที่เชื่อมต่อกลับมายังเว็บไซต์ของคุณซึ่งมีโอกาสที่เนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณเองจะทำให้ผู้ชมหน้าใหม่ ๆ รู้สึกอยากติดตามคุณ (การลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณนั้นมีความสำคัญมากต่อการทำ search engine optimization)

 

 

5 ทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์

 

ค่าใช้จ่าย – อาจจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยหากเข้าหาถูกคนและใช้วิธีโปรโมทสินค้าให้กันและกัน การทาบ ทามอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดอาจต้องใช้เงินตั้งแต่ 1,600 บาท ถึง กว่า 490,000 บาท เพื่อให้พวกเขาโปรโมทสินค้าของคุณ

 

อินฟลูเอนเซอร์คือกลุ่มคนที่มียอดผู้ติดตามสูงและได้รับความเชื่อถืออย่างมากในวงการคุณ การตลาดที่อาศัย
อินฟลูเอนเซอร์กำลังมาแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดออนไลน์ ซึ่งหน้าโซเชียลมีเดียของคนบางคนมียอดผู้ติดตามหลายล้านคน การเปิดตัวกับบรรดาผู้ชมของอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้นจะช่วยให้คุณมีโอกาสดึงดูดความสนใจมายังตัวคุณและธุรกิจของคุณด้วย

 

asfasf

 

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งจะต้องจ่ายค่าตัวด้วยหากคุณต้องการให้อินฟลูเอนเซอร์สาธยายถึงลักษณะเด่นสินค้าของคุณ อย่างไรก็ตาม หากคุณเลือกบล็อกหรือบุคคลที่เหมาะกับงานแล้วล่ะก็ วิธีนี้สามารถดึงดูดผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเข้ามาได้มากมายทีเดียว

 

คุณต้องหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมของคุณให้ได้เป็นอย่างแรก จากนั้นก็เริ่มสนทนากับพวกเขาผ่านทาง Twitter หรือส่งอีเมลหาคนเหล่านี้อย่างสุภาพ พยายามสร้างความสัมพันธ์แบบเป็นกันเองก่อนที่คุณจะขอให้พวกเขาช่วยทำอะไรก็ตาม

 

 

6 ส่งข่าวประชาสัมพันธ์

 

ค่าใช้จ่าย – การกระจายข่าวประชาสัมพันธ์ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3,200 บาท

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นเอกสารที่บอกเรื่องเกี่ยวกับคุณให้โลกรู้ คุณสามารถหาเอเจนซี่ให้มาร่างและกระจายข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัทของคุณได้ และค่าจ้างก็ไม่น่าจะแพงมากด้วย นี่คือข่าวประชาสัมพันธ์ที่เราทำตอนที่ อัปเกรดเครื่องมือของเราที่ใช้ตรวจสอบความเร็วเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเราโชคดีที่ Yahoo หยิบเรื่องนี้ไปเผยแพร่ต่อ

 

Bitcatcha Press Release

 

เคล็ดลับสำหรับมืออาชีพ: เริ่มต้นด้วยการชูจุดเด่นที่คนควรรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ พยายามคิดอย่างนักข่าวหรือนักเขียนบล็อกและพยายามเข้าใจให้ได้ว่าอะไรคือประเด็นที่พวกเขาอยากเขียนเกี่ยวกับคุณ ผลิตภัณฑ์หรือโมเดล ธุรกิจของคุณมีอะไรที่ไม่เหมือนใครบ้างหรือไม่ คุณกำลังเปิดตัวสิ่งที่เป็นนวัตกรรมหรือเป็นการค้นพบครั้งใหม่หรือเปล่า ใส่เรื่องราวภูมิหลังเกี่ยวกับตัวคุณลงไปด้วย และให้นักเขียนบล็อกได้ ‘เรื่องราว’ ที่จะนำไปเขียนต่อยอด จากนั้นจึงหาเอเจนซี่มาช่วยเผยแพร่

 

 

7 อย่าลืมทำตลาดในโลกแห่งความจริงด้วย !

 

ค่าใช้จ่าย – การบอกปากต่อปากไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณจะผลิตเอกสารส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายจะไม่เท่ากันโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการงานประมาณไหน.

 

เมื่ออยู่ในโลกออนไลน์ มันง่ายเหลือเกินที่จะลืมว่า การตลาดแบบดั้งเดิม นั้นทรงพลังได้มากเพียงใด อย่าลืมใส่ลิงก์ของคุณไว้ในนามบัตรและเอกสารส่งเสริมการขายของคุณด้วย การลงโฆษณาในนิตยสารเฉพาะวงการและสิ่งพิมพ์เฉพาะกลุ่มเพื่อให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

 

 

บทสรุป

 

ไม่มีวิธีไหนที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกเรื่องสำหรับการสร้างตัวตนในโลกออนไลน์

 

เว็บไซต์ที่ซับซ้อนใช่ว่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น ทางลัดหรือทางเลือกที่ง่ายกว่าก็มีอยู่เหมือนกัน เช่น หน้าโซเชียลมีเดียธรรมดา ๆ หรือเพจแสดงผลงานแบบง่าย ๆ

 

อย่าลงทุนไปกับเว็บไซต์ยาก ๆ หากคุณให้คุณค่ากับความเรียบง่าย แต่ก็อย่าประหยัดมากเกินไปถ้าคุณตั้งใจสร้างธุรกิจออนไลน์จริง ๆ

 

ก่อนอื่น คุณต้องตัดสินใจให้ได้ว่าคุณต้องการอะไรจากการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ ข้อที่สอง จับคู่แพลตฟอร์มให้เข้ากับความต้องการของคุณ ข้อที่สาม ใช้การโปรโมทอย่างจริงจังมาช่วยเสริมการมีตัวตนในสังคมออนไลน์ ตอนนี้มาทบทวนกันอีกครั้งเกี่ยวกับแพลตฟอร์มทั้ง 4 แพลตฟอร์ม

 

 

คุณมุ่งมั่นพยายามสร้างตัวตนในโลกออนไลน์แต่ก็ไปไม่ถึงไหนสักทีใช่ไหม คุณลงมือสร้างเว็บไซต์ก่อนที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตัวเองต้องการอะไรใช่หรือเปล่า บอกให้ผมรู้หน่อย แสดงความคิดเห็นของคุณเข้ามาเลย!