เนื้อหาของ Bitcatcha เกิดจากการสนับสนุนของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร เรียนรู้เพิ่มเติม

การเขียนเนื้อหาเว็บไซต์ให้เจ๋ง – เคล็ดลับและลูกเล่นสำหรับการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์ให้โดนใจ

Avatar
WRITTEN BY
UPDATED
October 20, 2021

 

การเขียนเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ของคุณจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องง่ายมาก

 

มันง่ายเหลือเกิน

 

อันที่จริง ใครก็สามารถทำได้

 

แต่ถ้าคุณต้องการเขียนเนื้อหาที่น่าดึงดูดและทำให้ผู้อ่านติดตาม คุณต้องเขียนคำพาดหัวเนื้อหาในเว็บด้วยวิธีที่น่าสนใจและตอบโจทย์สิ่งที่ผู้อ่านมองหา ซึ่งนั่นเป็นทักษะอีกขั้นที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

 

คนที่ท่องอินเทอร์เน็ตมักจะมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการมองหาอะไร

 

หากคำพาดหัวของคุณไม่สามารถที่จะดึงดูดความสนใจในช่วง 2 วินาทีแรกได้ หยาดเหงื่อแรงกายซึ่งอาจจะรวมถึงน้ำตาทุกหยดที่คุณทุ่มเทให้กับงานเขียนของคุณจะถูกเมินทันที

 

ทีมงานของเราเป็นกลุ่มคนที่ชอบการแบ่งปันและต้องการช่วยผู้อ่านของเราอย่างแท้จริง เราจึงมีคำแนะนำที่ชัดเจนและเป็นแนวทางเดียวที่คุณจำเป็นต้องอ่านเพื่อใช้ในการปรับปรุงการเขียนเนื้อหาเว็บของคุณ

 

แต่ก่อนอื่น มาลองช่วยกันคิดว่าเนื้อหาเว็บไซต์ที่ดีจริง ๆ คืออะไรกันแน่ และทำไมการเขียนเนื้อหาให้ดึงดูดและตรึงคนอ่านไว้ได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

เนื้อหาเว็บไซต์ที่ดีดูจากอะไร ?

 

Tips & Tricks For Writing Website Content That Sells

 

จริง ๆ แล้ว การเขียนเนื้อหาเว็บไซต์ที่ดีนั้นตรงไปตรงมามาก ไม่มีอะไรอ้อมค้อมเลยครับ นั่นคือ

 

  • ต้องโดนใจ
  • ต้องกระตุ้นให้คนอ่านมีส่วนร่วม
  • ต้องมีเป้าหมายชัดเจน

 

หลักใหญ่ใจความของการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์ให้เจ๋งก็คือ เขียนยังไงให้เนื้อหาของคุณปรากฏขึ้นมาบนหน้าแรกของการแสดงผลเวลาที่คนค้นหาผ่าน Google รวมถึงต้องดึงดูดสายตาผู้อ่านของคุณด้วย

 

เนื้อหาที่ดูดึงดูดจะช่วยให้คนอ่านอยู่ที่หน้าเว็บไซต์คุณนานขึ้นอีกหน่อยซึ่งอาจจะนำไปสู่การขายได้ในที่สุด

 

ผมแน่ใจว่า คุณเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนจากที่ไหนสักแห่ง แน่นอนว่าเนื้อหาเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญ ยิ่งถ้าพูดถึงเนื้อหาของเว็บไซต์ด้วยแล้ว คำพูดนี้ยิ่งใช่เลย

 

เมื่อคนเข้ามาชมหน้าเว็บของคุณ คนเหล่านี้กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรสักอย่างที่พวกเขาต้องการ หรืออาจจะเป็นมุมมองทางความคิดที่ไม่เหมือนใครหรือความคิดเห็นที่เป็นกลางซึ่งเชื่อถือได้มากกว่า

 

หากคุณสามารถนำเสนอสิ่งที่คนอ่านต้องการได้ พวกเขาก็จะรู้สึกว่าได้คุณค่าจากการอ่านงานของคุณ และนั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า เนื้อหาที่มีคุณภาพ

 

 

คุณภาพของเนื้อหาเว็บไซต์สำคัญยังไง

 

Effective Content Writing

 

เนื้อหาที่มีคุณภาพไม่ได้เป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นมาแล้วจบกันไปแค่นั้นนะครับ อย่าคิดเพียงแค่ว่าจะเขียนให้เสร็จก็พอ เพราะเนื้อหาที่มีคุณภาพมันจะอยู่กับเราไปอีกนาน มันจะถูกแชร์ออกไป และที่สำคัญคือเนื้อหาที่ดีขายได้เสมอ

 

โดยปกติ เนื้อหาที่เขียนขึ้นมาจะอยู่ในกระแสหรือยังถือว่าใช้ได้อยู่สักพัก อาจจะหนึ่งหรือสองปีกว่าจะล้าสมัย คนอ่านจะชื่นชอบและเห็นคุณค่าของบทความที่มีคุณภาพซึ่งผ่านการศึกษาหาข้อมูลมาอย่างดี ซึ่งเนื้อหาแบบนี้จะไม่ล้าสมัยง่าย ๆ และใช้ได้อีกนานหลายปี

 

หรือมันอาจจะเจ๋งมากจนกลายเป็นไวรัลไปเลยก็ได้

 

คนยังจะเข้าชมเว็บไซต์ของคุณไปเรื่อย ๆ อีกหลายปีเพียงเพราะคนต้องการอ่านเนื้อหาที่มีคุณภาพชิ้นนั้นของคุณ

 

เนื้อหาเว็บไซต์แบบเจ๋ง ๆ สามารถสร้างปรากฏการณ์เหล่านี้ให้คุณได้เลย

 

  • ดึงดูดผู้เข้าชมให้ยังอ่านหน้าของคุณต่อไป
  • มันขายตัวมันเองได้
  • คนอยากจะแชร์มัน
  • ถ้ามันเป็นเนื้อหาที่เขียนเรียบเรียงมาอย่างดีและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง บทความของคุณจะกลายเป็นจุดอ้างอิงในโลกอินเทอร์เน็ต นั่นหมายความว่าผู้คนจะเชื่อมต่อมายังคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นพลังส่งให้งานเขียนของคุณขึ้นไปอยู่อันดับต้น ๆ ในการค้นหาผ่าน Google
  • เมื่อบทความของคุณอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นในหน้าแสดงผลการค้นหาทางอินเทอร์เน็ต โอกาสที่คนจะได้อ่านงานเขียนของคุณก็มีมากขึ้นซึ่งจะทำให้เกิดการแชร์มากขึ้นและมีการเชื่อมโยงเข้ามามากขึ้นจนขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เขาเรียกกันว่า ผลกระทบแบบก้อนหิมะที่เริ่มจากก้อนเล็กจนสุดท้ายกลายเป็นก้อนใหญ่
  • ถึงที่สุดแล้วคุณจะขายได้มากขึ้นเนื่องจากบทความของคุณเป็นไวรัล

 

นี่คือพลังของการตลาดเนื้อหาและหากคุณสามารถทำได้อย่างเชี่ยวชาญ คุณจะสามารถเปลี่ยนคำพูดของคุณให้กลายเป็นทองคำได้เลยทีเดียว

 

ตอนนี้ เรามาดูกันว่าคุณต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เนื้อหามีคุณภาพ

 

 

เคล็ดลับที่ 1: เข้าใจกระบวนการซื้อของลูกค้า

 

หากคุณต้องการสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย คุณจะต้องเข้าใจกระบวนการซื้อของลูกค้าเสียก่อน อย่ากังวลครับเพราะมันไม่ได้ยากขนาดนั้น

 

ลองสมมติว่าคุณเป็นเจ้าของร้านกีตาร์ออนไลน์ และคุณต้องการสร้างเนื้อหาที่โน้มน้าวผู้อ่าน/ลูกค้าของคุณให้มาถึงจุดที่คุณจะขายของได้

 

เราจะเขียนบทความอะไรออกมาได้บ้าง

 

เราจะใช้กระบวนการซื้อของลูกค้าให้เป็นประโยชน์กับเราได้อย่างไร

 

เราสามารถแบ่งขั้นตอนต่าง ๆ ออกเป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ตามนี้ครับ

 

  1. การตระหนักรู้และความสนใจ
    (เมื่อลูกค้าตระหนักถึง ‘จุดอ่อนของตัวเอง’)ยกตัวอย่าง เช่น ลูกค้ากำลังสนใจกีตาร์แต่ยังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมัน
  2. การพิจารณา
    (ลูกค้าเริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและแบรนด์)ตอนนี้ลูกค้าของเรามีความสนใจมากพอที่จะลงมือค้นคว้าหาข้อมูล ลูกค้าไม่รู้ว่าจะมองหากีตาร์ยี่ห้อไหนดีและไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากีตาร์แบบไหนที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ดังนั้น ลูกค้าจึงไปค้นคว้าข้อมูลจากช่องทางออนไลน์
  3. ซื้อ
    (ลูกค้ามาถึงการตัดสินใจ)ลูกค้าตัดสินใจแล้วว่า จะ ซื้อกีตาร์ ลูกค้าจำกัดตัวเลือกให้แคบลงและตัดสินใจว่าจะใช้เงินเท่าไหร่เพื่อให้ได้คุณภาพตามที่ต้องการ ลูกค้ากำลังต้องการความมั่นใจว่าตัวเองกำลังเลือกตัวเลือกที่ใช่

 

ทุกบทความที่คุณเขียนต้องตอบโจทย์ตามกระบวนการทั้งหมดนี้ของลูกค้า และแต่ละบทความจะต้องโน้มน้าวให้ลูกค้าเข้าสู่กระบวนการขั้นต่อไปจนกว่าเขา/เธอจะถึงจุดที่ทำธุรกรรมซื้อขายจนเสร็จสมบูรณ์

 

ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

 

ใช่แล้ว

 

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่ากระบวนการซื้อของลูกค้าคืออะไร ไปต่อกันที่…

 

 

เคล็ดลับที่ 2: คุณควรพุ่งเป้าไปที่จุดไหนของกระบวนการซื้อของลูกค้า

 

แน่นอนว่า การเขียนให้เนื้อหาครอบคลุมกระบวนการซื้อ ทั้งหมด ของลูกค้าในบทความเดียวเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก แต่มันเป็นไปได้ยากเพราะผู้อ่านแต่ละคนที่อ่านเนื้อหาของคุณไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกันของกระบวนการซื้อ

 

สิ่งที่เราทำได้คือ แบ่งบทความออกเป็นบทความเล็ก ๆ โดยให้เนื้อหาตอบโจทย์ส่วนต่าง ๆ ของกระบวนการซื้อของลูกค้า ฉะนั้น ผู้อ่านที่อยู่กันคนละจุดของกระบวนการซื้อก็จะรู้สึกว่า คุณมีบทความที่ตอบโจทย์ความต้องการเมื่อพวกเขาบังเอิญมาพบกับเว็บไซต์ของคุณ

 

หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อนำบทความ ทั้งหมด ของคุณมารวมกัน ก็จะได้เนื้อหาที่ครอบคลุมกระบวนการซื้อของลูกค้าทั้งหมด (ฉะนั้น คุณจะมีอะไรให้ทุกคนได้อ่าน) อย่างไรก็ตาม แต่ละบทความควรจะแยกออกจากกันได้ตามประเภทเนื้อหาที่แตกต่างกันเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น

 

 

เคล็ดลับที่ 3: หัวข้อที่จะครอบคลุมกระบวนการซื้อของลูกค้า

 

เอาล่ะ ตอนนี้คุณรู้แล้วว่ากระบวนการซื้อของลูกค้าคืออะไร และคุณรู้ว่าคุณต้องครอบคลุมกระบวนการซื้อทั้งหมดของลูกค้าด้วยการแยกบทความออกเป็นประเภท แต่คุณจะใช้หัวข้อเรื่องประมาณไหนดีล่ะ

 

ลองใช้กีตาร์เป็นตัวอย่างอีกครั้งครับ

 

ขั้นที่ 1: การตระหนักรู้

 

ในขั้นนี้ เรารู้ว่าคนที่ค้นหาเว็บไซต์ของคุณเพิ่งเริ่มจะสนใจในกีตาร์ คุณจะต้องเขียนเรื่องราวในลักษณะกว้าง ๆแต่มีความเกี่ยวข้องพอที่จะดึงดูดสายตาผู้อ่านได้ คุณจะเขียนอะไรได้บ้างเพื่อให้เตะตาผู้อ่านจนต้องตั้งใจอ่านบทความของคุณให้จบ

 

  • 10 กีตาร์ที่เหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่
  • กีตาร์คู่ใจของนักร้องขวัญใจแนวร็อค
  • เล่นเพลงไหนก็ได้กับ 4 คอร์ดนี้
  • เสียงดนตรีจากกีต้าร์ช่วยภาวะซึมเศร้าได้อย่างไร
  • ดนตรีและสุขภาพจิต
  • 10 เพลงที่คุณควรเรียนรู้ด้วยกีต้าร์
  • เล่นเพลงฮิตให้เก่งด้วย 3 คอร์ดพื้นฐาน!

 

ขั้นที่ 2: ความสนใจ

 

ณ จุดนี้ ผู้อ่านกำลังค้นหากีตาร์อยู่แล้ว เขากำลังเปรียบเทียบราคา คุณสมบัติ โทนและเสียง เขาอยากได้ข้อมูลและมองหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

 

คุณจะทำอะไรเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้บ้าง

 

  • เนื้อหาที่ประกอบด้วยการรีวิวกีตาร์
  • การเปรียบเทียบกีต้าร์ที่คล้ายกันแต่ต่างยี่ห้อกัน
  • การเปรียบเทียบเส้นเสียง
  • ความคุ้มค่าคุ้มราคา
  • บันทึกประสบการณ์การเล่นกีตาร์ของคุณเอง
  • กีต้าร์แบบไหนเหมาะกับดนตรีร็อคและแบบไหนเหมาะกับดนตรีแจ๊ส

 

ขั้นที่ 3: การพิจารณา

 

ถึงตอนนี้ ผู้อ่านของคุณพร้อมแล้วที่จะซื้อ พวกเขาพอจะมีตัวเลขในใจแล้วว่าพร้อมจะจ่ายในราคาประมาณเท่าไหร่ เพียงแต่ไม่รู้จะซื้อกีตาร์ยี่ห้อไหนดี ส่วนใหญ่อาจจะมีไอเดียอยู่แล้ว แต่กำลังมองหาความมั่นใจ

 

บทความของคุณจะต้องมุ่งเน้นไปในทางให้เกิดการซื้อขายมากขึ้น ผู้อ่านต้องการสิ่งที่ทำให้กล้าตัดสินใจซึ่งก็คือข้อมูลที่สร้างความมั่นใจให้พวกเขาว่าพวกเขากำลังจะเลือกสิ่งที่ใช่

 

ฉะนั้น ให้พวกเขาได้อ่านสิ่งที่อยากจะอ่าน !

 

  • กีตาร์ที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด
  • 5 ตัวเลือกที่ถูกกว่ากีตาร์ Les Paul Gibson
  • เพดัล 10 อันดับแรกที่มอบเสียงร็อคแอนด์โรลล์ระดับคลาสสิค
  • อุปกรณ์เสริมที่ดีที่สุดสำหรับกีตาร์ใหม่ของคุณ
  • กีตาร์ที่ดีที่สุดในราคาต่ำกว่า 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ

 

 

เคล็ดลับที่ 4: การค้นหาและการเลือกคำสำคัญของคุณ

 

หากตอนนี้คุณยังไม่ทราบล่ะก็ ผมจะบอกว่า คำสำคัญที่คุณใช้ในเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณจะเป็นตัวกำหนดความเกี่ยวข้องของบทความของคุณในสายตาของ Google ผู้ยิ่งใหญ่

 

นี่หมายความว่าคุณต้องเลือกคำสำคัญของคุณ ใช้ให้ถูกต้อง แล้วก็คอยดูเมื่อเว็บไซต์ของคุณปรากฏในหน้าแรกของผลการค้นหาของ Google

 

จริง ๆ แล้วมันไม่ยากเกินไปที่จะทำ

 

ขั้นตอนที่ 1: ยืนยันความต้องการในการค้นหา

 

คุณต้องเริ่มต้นด้วยการหาทางยืนยันว่ามีคนต้องการอ่านหัวข้อที่คุณตัดสินใจจะเขียนหรือไม่ คุณสามารถใช้เครื่องมือเช่น SEMRush, Google trends หรือ KeywordTool.io

 

มีเครื่องมือช่วยหาคำสำคัญอื่น ๆ อีกมากมายที่ให้บริการฟรี บางอันคุณอาจจะต้องจ่ายเงินแต่มันก็คุ้มค่าเงินมาก

 

ผมลองค้นหาอย่างเร็ว ๆ ก็เจอเครื่องมือฟรีด้วย ดังนั้น คุณไม่มีข้อแก้ตัวที่จะไม่ทำอะไรเพื่อที่จะค้นหาคำสำคัญ

 

ขั้นตอนที่ 2: ระบุคำสำคัญของคุณ

 

เมื่อคุณยืนยันคำสำคัญได้จากการค้นคว้าของคุณแล้ว คุณจะต้องจำกัดการเลือกคำสำคัญให้แคบลงเหลือ 1 หรือ 2 คำสำคัญสำหรับแต่ละบทความ สิ่งนี้จะช่วยการเขียนของคุณ

 

ขั้นตอนที่ 3: การปรับเปลี่ยน

 

หากคุณพบว่าหัวข้อของคุณไม่มีใครต้องการอ่าน สิ่งที่คุณต้องทำคือปรับหัวข้อเล็กน้อยเพื่อตอบสนองสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหา

 

สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้นหาคำสำคัญ เชิญคลิก ที่นี่ เพื่ออ่านบทความที่เขียนอย่างดีโดย Tim Soulo ซึ่งเป็นเพื่อนของเรา

 

 

เคล็ดลับที่ 5: ความยาวของบทความ

 

ส่วนนี้ค่อนข้างจะยุ่งยาก

 

ใน การศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับบทความของ Wikipedia ระบุว่า การเพิ่มจำนวนคำในบทความจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น แต่จากประสบการณ์ของพวกเรา ผู้อ่านจะหมดความสนใจอย่างรวดเร็ว (และอาจจะไม่ต้องการอ่าน) หากบทความยาวเกินไป

 

แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าเนื้อหามีความน่าสนใจและทำให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมได้ ผู้อ่านก็ไม่น่าจะหนีไปไหนและจะอ่านบทความของคุณต่อไป

 

อันที่จริง มีเพียง 16% ของคนที่รู้สึกสะดุดตากับชิ้นงานของคุณที่ยังคงจะอ่านต่อไปและอ่านทุกอย่างจนจบ แต่คนเหล่านั้นคือผู้ที่กำลังมองหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริง ๆ ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาของคุณดึงดูดพวกเขาได้!

 

สิ่งที่คุณต้องทำคือ การค้นคว้าหัวข้อของคุณอย่างละเอียดเพื่อให้สิ่งที่คุณเขียนจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของคุณ หลังจากนั้นก็ลงมือเขียนซึ่งเนื้อหาบทความในเว็บไซต์ควรจะประกอบด้วยจำนวนคำ 1,500 – 2,000 คำ จำนวนคำประมาณนี้ถือว่ากำลังดี

 

เมื่อผู้อ่านของคุณพบว่า บทความของคุณมีประโยชน์พวกเขาจะใช้เวลามากขึ้นในเว็บไซต์ของคุณโดยพยายามทำความเข้าใจและแยกแยะข้อมูลที่คุณแชร์ให้กับพวกเขา

 

สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมและช่วยให้เนื้อหาเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นใน Google ซึ่งทำให้มีการจัดอันดับการค้นหาที่ดีขึ้น!

 

 

เคล็ดลับที่ 6: แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์

 

เรามีหลายอย่างที่จะต้องพูดถึงเพื่อให้ครอบคลุมหัวข้อนี้ หากคุณอยากจะลุกไปชงกาแฟมานั่งจิบไปด้วยสักถ้วย ก็เชิญเลยนะครับ การเขียนเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ออกจะซับซ้อนสักหน่อย ทั้งนี้

 

คุณต้องเขียนเนื้อหาให้ดูยาวเพื่อให้ Google ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มค่าควรแก่การอ่าน แต่อีกด้านคุณก็ต้องแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วน ๆ และทำให้มันดึงดูดเพื่อให้ผู้อ่านของคุณซึ่งเป็นคนชื่นชอบและอ่านต่อไปเรื่อย ๆ จนจบ

 

มันจะต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อสร้างความคุ้นเคยในการเขียนลักษณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเขียนสำหรับสื่อประเภทอื่นมาก่อน แต่จำไว้ว่าคุณไม่ได้เขียนวรรณกรรม ในโลกออนไลน์ ผู้อ่านไม่มีความอดทนและมีสมาธิสนใจกับสิ่งต่าง ๆ เท่ากับเด็กอายุ 12 ขวบ

 

ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติที่ดีที่ควรยึดถือเมื่อเขียนบทความสำหรับเว็บไซต์

 

  1. เขียนให้เรียบง่ายและมีข้อความที่มีสามารถขายได้!เรามีสิ่งนี้ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเขียนข้อความให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น!
  2. อย่าเขียนเพื่อตัวคุณเองผู้คนบนอินเทอร์เน็ตใจร้อนมาก ฉะนั้น เขียนให้ตรงจุดและจำไว้ว่าคุณต้องการสื่อสาร ไม่ใช่มุ่งสร้างความประทับใจ
  3. อารมณ์จะทำให้คนยอมควักกระเป๋าเนื้อหาที่ดีขายได้เพราะสามารถทำให้ผู้อ่านรู้สึกอะไรบางอย่าง

     
    ยกตัวอย่างเช่น
     

    ไก่ทอดนี้รสชาติดีจริง ๆ
     
    VS
     
    คุณรู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้ไก่ทอดนี้รสชาติดีจริง ๆ
    ความกรอบของหนัง กลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศทั้งหมด ความฉ่ำของเนื้อในทุกคำ

     

    เห็นความแตกต่างไหมครับ

  4. หัวข้อของคุณต้องมีความหมาย!ถ้าคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนหัวข้อที่ใช้งานได้ ให้ลองเข้าไปดูสิ่งที่เราจัดทำไว้ก่อนหน้านี้ได้ที่นี่
  5. จำไว้ว่าผู้อ่านในอินเทอร์เน็ตนิสัยแตกต่าง !ผู้อ่านกลุ่มนี้ไม่ได้อ่านข้อความทั้งหมดของคุณ พวกเขากวาดตาดูและมองหาคำสำคัญ เพิ่มสีสันให้บทความของคุณด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์และคำสำคัญที่โดนใจเพื่อให้ผู้อ่านของคุณรู้สึกมีส่วนร่วม!
  6. อย่าให้มีคำสำคัญมากเกินไป!คำสำคัญมีไว้เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจบทความของคุณ แต่เมื่อคุณทำมากเกินไป บทความของคุณอาจจะถูก shadowbanned จากการค้นหาของ Google และคุณจะไม่รู้ตัวเลยว่าบทความถูกทำอย่างนั้น
  7. ฝึกฝนการค้นคว้า SEO!เริ่มต้นด้วยคำค้นหาหลักของคุณจากนั้นก็ทำการค้นคว้าและหาสิ่งที่เหมาะกับคุณ! การค้นคว้าหาคำค้นหาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณพบคำที่เหมาะจะใช้เป็นหัวข้อที่ดีที่สุดสำหรับบทความ

     

    ระหว่างค้นคว้า ลองอ่านบทความนี้เพื่อหาวิธีสร้างเนื้อหาที่เพิ่มปริมาณผู้เข้าชม!

     

    เคล็ดลับมืออาชีพ – ใช้เครื่องมืออย่าง SEMRush เพื่อดูว่าคู่แข่งของคุณใช้คำค้นหาใด!

  8. ใส่ลิงก์ให้กับทุกอย่าง!คุณได้ข้อมูลของคุณจากที่ไหนสักแห่งใช่ไหม ใส่ลิงก์ระบุที่มาให้มันด้วยเลย!

     

    มันเป็นจริยธรรมทางอินเทอร์เน็ตที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้บทความของคุณดูแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือซึ่งหมายถึงการจัดอันดับที่ดีขึ้น!

  9. ใช้เทคนิค Skyscraperเทคนิค Skyscraper นั้นเรียบง่ายแต่ก็ไม่ง่าย จุดประสงค์ของมันคือการสร้างบทความที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดและอ้างอิงแหล่งที่มามากที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านของคุณไม่มีเหตุผลที่จะไปค้นหาข้อมูลจากที่อื่น (อย่างที่คุณกำลังอ่านอยู่ในตอนนี้!)

 

 

สรุป

 

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องพูดถึงเมื่อว่ากันด้วยเรื่องเขียนเนื้อหาเว็บไซต์ ซึ่งไม่มีทางจะพูดได้หมดในบทความเดียว เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้ครอบคลุมเคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์

 

โปรดจำไว้ว่าการค้นคว้าคือกุญแจไปสู่บทความที่ประสบความสำเร็จ!

 

  • ค้นคว้าคำสำคัญของคุณ และใช้เวลาในการเรียนรู้และเข้าใจกระบวนการซื้อของผู้ซื้อ มันมีประโยชน์มากในระยะยาว ทำความเข้าใจกับเป้าหมายที่ผู้อ่านของคุณพยายามที่จะไปให้ถึง แล้วผลิตบทความที่ช่วยให้ผู้อ่านของคุณไปถึงจุดนั้น
  •  

  • ลองคิดว่าตัวเองเป็นผู้อ่าน คนเหล่านี้เข้าสู่เว็บไซต์ของคุณเพราะต้องการหาวิธีแก้ปัญหา เขียนบทความที่จะช่วยพวกเขาอย่างจริงใจและอย่าลืมตรวจทานบทความของคุณหรือหาคนช่วยตรวจทานให้คุณเผื่อคุณมองข้ามบางอย่างไป !
  •  

  • สุดท้ายแต่ก็สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือเรียนรู้ทักษะการเขียนคำโฆษณาขั้นพื้นฐาน การเขียนคำโฆษณาและการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์แตกต่างจากการเขียนให้กับสื่อแบบดั้งเดิมมาก คุณต้องเขียนเพื่อสื่อสาร ไม่ใช่เพื่อสร้างความประทับใจและนั่นจะนำไปสู่การขาย

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์และเคล็ดลับการเขียน อย่าลืมกลับไปอ่านลิงก์ทั้งหมดที่เราใส่ไว้ในบทความของเรา เรามีเนื้อหาทั้งหมดที่จะช่วยคุณได้!

 

เอาละครับ เรามาถึงบรรทัดสุดท้ายของบทความนี้กันแล้ว เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยคุณได้ บอกให้เรารู้บ้างนะครับว่าคุณคิดยังไงกับบทความของเรา!

 

แต่จะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าคุณมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเขียนเนื้อหาเว็บไซต์ อย่าลังเลที่จะแบ่งปันความรู้กันนะครับ!!