เนื้อหาของ Bitcatcha เกิดจากการสนับสนุนของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร เรียนรู้เพิ่มเติม

เราเตอร์ไร้สาย 3 ตัวที่ดีที่สุดสำหรับ VPN ในปี 2021 (จัดอันดับแล้ว)!

Avatar
WRITTEN BY
UPDATED
October 20, 2021

 

สำหรับคนที่มีโอกาสได้อ่านบทความเรื่องเครือข่ายเสมือนส่วนตัวหรือ Virtual Private Network (VPN) ของผมและรีวิวผู้ให้บริการ VPN ระดับท็อป อย่าง ExpressVPN, NordVPN และ TorGuard ผมแน่ใจว่า คุณอาจจะสังเกตเห็นว่าผมแทบจะไม่พูดถึงการใช้ VPN บนเราเตอร์เลย

 

VPN มักจะมีการเชื่อมต่อพร้อมกันในจำนวนที่จำกัด ฉะนั้น หากคุณสามารถนำไปใช้กับเราเตอร์ของคุณและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลายเครื่องพร้อมกัน คุณก็คงอยากใช้ใช่ไหมล่ะ น่าเสียดายที่ความคิดนี้ดีเกินกว่าจะเป็นจริงได้ซึ่งก็เหมือนกับอะไร ๆ ที่ดูสวยงามในทางทฤษฏีแต่เป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง

 

มาดูกันว่า ทำไมเราเตอร์ถึงมักจะส่งผลเสียต่อการทำงานของ VPN

 

 

การเข้ารหัสต้องใช้ทรัพยากรระบบเยอะมาก

 

เหตุผลหลักที่เราส่วนใหญ่มองหา VPN คือ ต้องการให้กิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตของเราเป็นเรื่องส่วนตัวจริง ๆ ซึ่ง VPN ทำได้ด้วยการช่วยเราสร้างช่องทางหรืออุโมงค์ที่ปลอดภัยสำหรับเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ของเราและเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย แถมยังเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งผ่านอุโมงค์ที่ว่านี้เพื่อรักษาความปลอดภัย

 

กระบวนการเข้ารหัสนี่แหละคือปัจจัยหลักที่ทำให้การใช้ VPN ผ่านเราเตอร์เป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า

 

ปัจจุบัน ผู้ใช้ VPN ส่วนใหญ่เลือกใช้ OpenVPN เนื่องจากให้ทั้งความปลอดภัยและความเร็วได้ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้ เรียกว่าปลอดภัยกว่าโปรโตคอลล้าสมัยอย่าง PPTP เยอะมากและส่วนใหญ่ก็เร็วกว่า IPSec

 

น่าเสียดายที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ยังไม่ได้ทำให้ OpenVPN เป็นโปรโตคอลที่ขยายตัวได้ หมายความว่ามันทำงานบนเธรดเดี่ยวของอุปกรณ์เชื่อมต่อโดยไม่สามารถใช้ประโยชน์จากตัวประมวลผลแบบหลายเธรดได้ ตัวอย่างเช่น หากคอมพิวเตอร์หรือเราเตอร์ของคุณอ้างว่าใช้ตัวประมวลผลแบบ quad-core 1.5 GHz และ
เจ้า OpenVPN ก็เรียกใช้งานได้เพียง 1 core อยู่ดีที่ความเร็วนั้น

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูที่การเข้ารหัส 256 บิต

 

การเข้ารหัสแบบ 256 บิตหมายความว่า ทุก ๆ ข้อมูลที่ออกมาจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการเข้ารหัสด้วย “คีย์” ซึ่งจะถูกแปลเป็นเลขฐานสองขนาด 256 (เลข 1 หรือ 0) นั่นเป็นเหตุผลที่พีซีหรือเราเตอร์ต้องใช้พลังการประมวลผลเยอะมากในการรองรับการเข้ารหัสของ VPN

 

 

เราเตอร์มีประสิทธิภาพน้อยกว่าพีซีมาก

 

การเข้ารหัสใช้ทรัพยากรระบบเยอะมากเนื่องจากโดยทั่วไปแล้วคุณใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลดิบ ความเร็วหน่วยประมวลผลของพีซีโดยเฉลี่ยในปัจจุบันอยู่ระหว่าง 2.4GHz และ 3.4Ghz และมาพร้อมกับหน่วยความจำหลักหรือแรม (RAM) ขนาด 4GB ถึง 16GB

 

ในทางกลับกัน เราเตอร์ในระดับคุณภาพแบบที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้กันมีความเร็วหน่วยประมวลผล 600MHz ถึง 1GHz และขนาดหน่วยความจำหลักหรือแรม 128MB ถึง 256MB

 

ผมจะขอยกตัวอย่างประสบการณ์ของผมในการใช้เราเตอร์ไร้สาย ASUS RT-AC1300UHP

 

ด้วย TorGuard VPN Client ที่ทำงานบนแล็ปท็อป Windows 10 ของผม ผมสามารถไปถึงความเร็วเกือบสูงสุดตามที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอนุญาตซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 50Mbps

 

TorGuard VPN Speed Test

 

อย่างไรก็ตาม พอใช้โปรโตคอลเดียวกันบนเราเตอร์ ความเร็วของผมลดลงเหลือระหว่าง 13-15Mbps เมื่อดูภาพด้านล่างคุณจะสังเกตเห็นว่า ขนาดแค่ความเร็วเท่านี้ หนึ่งในซีพียูย่อยของเราเตอร์ยังต้องทำงานเกิน 80% ของกำลังที่มี

 

Processor VPN Speed Test

 

ผมเพียงต้องการให้คุณรู้ว่า มันไม่ได้เกิดจาก TorGuard เพราะผมก็ทำการทดสอบแบบเดียวกันนี้กับ ExpressVPN และ NordVPN ซึ่งความเร็วก็ช้าลงเหมือนกันเมื่อใช้กับเราเตอร์

 

ExpressVPN Speed Test

* ประสิทธิภาพของ ExpressVPN บนเราเตอร์

 

NordVPN Speed Test

* ประสิทธิภาพของ NordVPN บนเราเตอร์

 

 

วิธีการติดตั้ง VPN บนเราเตอร์

 

กระบวนการของการติดตั้ง VPN บนเราเตอร์นั้นขึ้นอยู่กับเฟิร์มแวร์ของเราเตอร์ อย่างไรก็ตามมันเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างง่ายและมีขั้นตอนน้อย ผู้ให้บริการ VPN ส่วนใหญ่จะมีคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีการทำ

 

เพื่อแสดงให้คุณเห็นว่า กระบวนการนั้นง่ายแค่ไหน ผมขอแสดงวิธีการติดตั้ง ExpressVPN บน ASUS AC1300UHP ของผม

 

ขั้นตอนที่ 1: เลือกอุปกรณ์สำหรับการกำหนดค่า

 

เมื่อคุณสมัครใช้งาน ExpressVPN คุณจะสามารถเข้าถึงหน้าการตั้งค่า ซึ่งคุณสามารถเลือกอุปกรณ์ที่คุณต้องการกำหนดค่าเพื่อติดตั้งโดยจะมีคำแนะนำให้โดยละเอียด ในกรณีของผม ผมได้เลือก “ASUS (ที่มี Merlin)” Merlin เป็นเฟิร์มแวร์บุคคลที่สามสำหรับเราเตอร์ ASUS แต่กระบวนการตั้งค่าทำงานเหมือน กับเฟิร์มแวร์ ASUSWRT ที่ใช้กันทั่วไป

 

หลังจากคุณเลือกอุปกรณ์ให้เป็นเราเตอร์ของคุณแล้ว ผมขอแนะนำให้คุณเลือกตั้งค่าใช้งาน OpenVPN ด้วย เพราะ OpenVPN ให้ทั้งความเร็วและความปลอดภัยที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้

 

Selecting Device to Configure

 

ขั้นตอนที่ 2: การตั้งค่าใช้งาน OpenVPN

 

เมื่อคุณคลิก “Configure OpenVPN” คุณจะเห็นสองช่องที่ให้ใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ด้านล่างจะเป็นเมนูแบบเลื่อนลงไม่กี่เมนูที่แสดงภูมิภาคหลัก ๆ ที่คุณสามารถเลือกตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ VPN ได้ เลือกหนึ่งรายการและคลิกที่ไฟล์กำหนดค่าที่คุณต้องการ บันทึกไฟล์ .ovpn ไปยังตำแหน่งที่คุณจำได้
 

OpenVPN Configuration

 

ขั้นตอนที่ 3: ล็อกอินเข้าสู่เราเตอร์

 

เปิดเว็บเบราว์เซอร์และไปที่หน้าเข้าสู่ระบบเราเตอร์ของคุณ สำหรับเราเตอร์ของ ASUS มักจะเป็น 192.168.1.1 เมื่อคุณล็อกอินเข้าสู่เราเตอร์ของคุณแล้ว ให้ไปที่แถบเมนูด้านซ้ายและคลิกที่ ‘VPN

 

Router Login

 

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่มโปรไฟล์ใหม่

 

ในหน้า VPN ให้เลือกแท็บ “VPN Client” จากนั้นคลิก “เพิ่มโปรไฟล์”

 

Adding New Profile

 

Step 5: Uploading VPN file

 

คลิก ‘OpenVPN’ และกรอกข้อมูลในช่อง สำหรับช่อง ‘Description’ คุณสามารถกรอกอะไรก็ได้ที่จะทำให้คุณทราบว่าการเชื่อมต่อ VPN นี้มีไว้เพื่ออะไร ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านก็ได้จากขั้นตอนที่ 2 ก่อนหน้านี้ จากนั้นให้คลิก ‘Choose File’ และเลือกไฟล์ .ovpn ที่คุณดาวน์โหลดก่อนหน้านี้แล้วคลิก ‘Upload’ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้คลิก “OK
 

Uploading VPN File

 

ขั้นตอนที่ 6: การเปิดใช้งาน

 

เมื่อทำเสร็จแล้ว ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว คลิกที่ปุ่ม “Activate” ถัดจากบัญชีที่คุณเพิ่งเปิดใช้ซึ่งน่าจะเกิดการเชื่อมต่อระบบ และเพื่อตรวจสอบว่า VPN ของคุณใช้งานได้แล้วหรือไม่ ให้ทำการทดสอบการรั่วของ DNS

 

 

การจัดอันดับ 3 เราเตอร์ไร้สายที่ดีที่สุดสำหรับ VPN

 

แม้ว่าเราจะไม่สนับสนุนให้ใช้เราเตอร์ แต่ก็มีเราเตอร์ที่สามารถใช้งานกับ VPN ได้ดีกว่าเราเตอร์ทั่วไปเล็กน้อยแต่น่าเสียดายที่เครื่องเราเตอร์เหล่านี้มักจะมีราคาสูง

 

คุณสมบัติสองอย่างของเราเตอร์ที่สร้างขึ้นมารองรับ VPN ซึ่งผู้ใช้ควรคำนึงถึง:

 

  1. หน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ
  2. เฟิร์มแวร์เฉพาะหรือเฟิร์มแวร์ดัดแปลง

 

เราเตอร์ซึ่งตั้งใจออกแบบมาสำหรับเกมที่เร็วหรือสตรีมมิ่งวิดีโอที่รวดเร็วเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก เพราะ เราเตอร์เหล่านี้มักจะมีหน่วยประมวลผลที่ทรงพลังมาก

 

ผู้ให้บริการ VPN บางค่ายยังร่วมมือกับผู้ผลิตเราเตอร์ในการค่าล่วงหน้าและทำให้เราเตอร์ที่เลือกใช้งาน VPN ได้ทันทีหลังแกะออกจากกล่อง อย่างไรก็ตาม เราเตอร์แบบนี้ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วโลกและคุณอาจจะไม่สามารถหาได้ในพื้นที่ของคุณ

 

หากต้องการหาเราเตอร์ที่ติดตั้ง VPN ไว้ล่วงหน้า คุณสามารถดูที่ FlashRouters ได้ ที่นี่มีเราเตอร์ที่ถูกแฟลชไว้ล่วงหน้าแล้วเพื่อให้ใช้งาน VPN ได้เยอะแยะมากมาย โดยสามารถใช้บริการของบริษัทระดับแนวหน้า เช่น ExpressVPN และ NordVPN

 

Pre-Configured VPN Router: FlashRouter

 

สิ่งที่ควรทำอีกอย่างคือ เลือกใช้เราเตอร์ที่มีเฟิร์มแวร์เฉพาะ อย่างเช่น DD-WRT

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ก็ยังมีเราเตอร์บางยี่ห้อที่เจ๋งมากซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อกับบริการ VPN ได้อย่างสบาย

 

1. Netgear Nighthawk X10 AD7200

 

Netgear Nighthawk X10 AD7200 Router

 

Nighthawk X10 หน้าตาคล้ายกับสิ่งที่เราเห็นในภาพยนต์เรื่อง Alien หรือ Predator กันเลยใช่ไหมครับ Nighthawk X10 เป็นเราเตอร์ไร้สายที่มีความเร็ว 7.2Gbps และมีหน่วยประมวลผลแบบ quad-core 1.7GHz ซึ่งถือว่าแจ๋วมาก มาพร้อมกับกิกะบิตพอร์ตแลนและพอร์ต USB 3.0 คู่ เครื่อง X10 ไม่ได้เป็นแค่เราเตอร์อินเทอร์เน็ตเท่านั้นแต่ยังสตรีมมิ่งภาพและวิดีโอคมชัดสูงได้ด้วย แถมรองรับอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 20 เครื่องอีกต่างหาก

 

โปรดจำไว้ว่า แม้ว่ามันจะมีราคาสูงมาก (เครื่อง Nighthawk X10 สนนราคาอยู่ที่ 19,000 บาทแม้แต่ในเว็บ Amazon) แต่สิ่งที่ทำให้เราต้องมองหาเราเตอร์ตัวนี้คือ หน่วยประมวลผลอันทรงพลัง ย้ำอีกครั้งว่า ยิ่งหน่วยประมวลผลของคุณมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ เราเตอร์ของคุณก็จะรองรับงานการเข้ารหัสของ VPN ได้ดีมากขึ้น เท่านั้น

 

 

2. Linksys WRT3200ACM

 

Linksys WRT3200ACM

 

เราเตอร์ไร้สาย Linksys WRT3200ACM เป็นเราเตอร์สีน้ำเงินสุดเท่ห์ที่สามารถรองรับงานได้เกือบทุกอย่างเพราะมีหน่วยประมวลผลแบบ dual core 1.8GHz เราเตอร์ของ Linksys จำนวนมากตั้งค่าได้อย่างง่ายดายโดยใช้สิ่งที่มากับเบราเซอร์และสามารถปรับแต่งตามใจชอบด้วย Linux mods ผมเคยลองใช้เฟิร์มแวร์ DD-WRT บนเราเตอร์ Linksys และขอบอกว่ามันมีประสิทธิภาพสูงและมีความเสถียรดีทีเดียว

 

สิ่งที่ทำให้ Linksys WRT3200ACM พิเศษเป็นสองเท่าคือ ความใจดีของบริษัทที่ออกแบบอินเทอร์เฟสที่ช่วยให้การติดตั้งเฟิร์มแวร์เฉพาะได้ง่าย เช่น DD-WRT เฟิร์มแวร์ทำนองนี้มักจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมฟีเจอร์ของเราเตอร์ได้มากขึ้น

 

เราเตอร์ตัวนี้ราคาย่อมเยากว่าตัว X10 มากเลยทีเดียว ความจริงแล้ว คุณสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า X10 ถึงครึ่งหนึ่งแม้จะรวมราคาค่าจัดส่งแล้วก็ตาม นอกจากนี้ มันยังได้รับการจัดให้อยู่ในระดับต้น ๆ จากสื่อดังด้าน เทคโนโลยี เช่น PC Mag และ Techspot

 

 

3. ASUS RT-AC86U

 

ASUS RT-AC86U

 

ASUS RT-AC86U เป็นเราเตอร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับนักเล่นเกม และได้รับการออกแบบมาเพื่อเอาใจนักเล่นเกมซึ่งเป็นผู้บริโภคที่จู้จี้จุกจิกที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่งเลยทีเดียว เราเตอร์ยี่ห้อนี้เน้นความเร็วด้วยหน่วยประมวลผลแบบ dual core 1.8GHz โดยสามารถใช้กับเครือข่ายในบ้านได้ด้วยเทคโนโลยี AiMesh และมีการป้องกันในตัวจาก Trend Micro

 

เราเตอร์รุ่นนี้ได้รับการยกย่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CNET และมักจะถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเราเตอร์ อเนกประสงค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ราคาจะอยู่ในช่วง 6,000 บาท ASUS RT-AC86U ใช้งานได้หลากหลายเหมือน Linux และใช้งานง่าย

 

 

ข้อควรระวังก่อนซื้อ

 

แม้ว่าเราเตอร์ทั้งสามตัวที่ผมได้ระบุไว้ในที่นี้จะดีและได้รับการทดสอบจากคนอื่นที่มองหาโซลูชันระบบเครือข่ายภายในบ้านที่แข็งแกร่งซึ่งรวมไปถึง VPN ด้วย แต่ก็ไม่ได้มีแค่สามยี่ห้อนี้เท่านั้นเพราะยังมีเราเตอร์อื่น ๆ อีกมากมายที่ทำได้ดีเหมือนกัน ผมขอแนะนำให้คุณดูที่ FlashRouters ว่ามีอะไรบ้าง

 

ผมขอเพิ่มเติมว่า เราเตอร์ที่ดีไม่ได้ใช้กับ VPN ได้ดีทั้งหมด ยังมีเราเตอร์จำนวนมากที่ดีแต่ก็ขึ้นอยู่เฟิร์มแวร์ที่มากับเราเตอร์ด้วย

 

ตัวอย่างเช่นผมเคยมี TP-Link Archer C7 ซึ่งเป็นเราเตอร์ที่ค่อนข้างดีและเสถียร แต่น่าเสียดายที่เฟิร์มแวร์ที่
ติดตั้งมากับเครื่องไม่มีตัวเลือกให้ใช้ VPN ดังนั้น ผมจึงไม่สามารถตั้งค่าได้หากไม่แฟลชเราเตอร์ให้ใช้เฟิร์มแวร์ชนิดโอเพนซอร์สที่ตั้งค่า VPN ได้

 

จำคำเตือนนี้ให้ดี

เราเตอร์บางตัวเท่านั้นที่จะใช้งาน VPN ได้ทันทีที่แกะกล่อง

 

แม้ว่าผมจะแฟลช Archer C7 ของผมให้ใช้ DD-WRT ได้ แต่ใช่จะทำแบบนี้ได้กับเราเตอร์ทุกรุ่นทุกแบรนด์!

 

 

ข้อสรุป: การเลือกเราเตอร์ของคุณมีความสำคัญ

 

เรามาสรุปกันอีกครั้งนะครับว่า คุณต้องพิจารณาอะไรบ้างหากจะใช้ VPN บนเราเตอร์ของคุณ ประการแรกคือเราเตอร์ต้องมีหน่วยประมวลผลที่ประสิทธิภาพสูงมาก (ให้คุณมองหาแบบคอร์เดียวเท่านั้น หลายคอร์ไม่จำเป็นกับ VPN) ประการที่สอง เราเตอร์ที่สามารถรองรับ VPN หรือสามารถแฟลชให้ใช้งาน VPN ได้

 

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไร มันก็เป็นไปได้ยากเหลือเกินที่เราเตอร์ไร้สายแบบที่ใช้กันทั่วไปจะเร็วแรงได้เหมือนกับใช้ VPN บนพีซี ซึ่งเรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก

 

หน่วยประมวลผลของพีซีจะยังคงเร็วแรงกว่า (ณ เวลานี้) และสามารถเข้ารหัสการรับส่งข้อมูล VPN ได้เร็วกว่าเราเตอร์มาก หากคุณยอมรับเรื่องนี้ได้และต้องการใช้ VPN ผ่านเราเตอร์กับอุปกรณ์ 20 เครื่อง คุณก็จะไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรกับการใช้เราเตอร์เลย